"ลุงโยธิน" อดีตนักแสดง เล่นหนัง-ละครมาแล้วประมาณ 20 ปี ชีวิตสุดรันทด ป่วยโรครุมเร้า ไม่มีที่พัก ต้องเร่ร่อนหางานแลกข้าวประทังชีวิต


วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายโยธิน มาพบพันธ์ อายุ 73 ปี อดีตนักแสดง ที่มักจะรับบทเป็นพระจากละครและภาพยนตร์หลายเรื่องอาทิ สมเด็จพระนเรศวรภาค 2, ฤทัยบดี, หมอยาท่าโฉลง, ไอ้ไข่ และ เสาร์ 5 ก่อนตัดสินใจหันหน้าเข้าวัดบวชพระในวัย 71 ปี ณ วัดเทพสรธรรมาราม (หลวงปู่สรวง) จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา 

หลังจากเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ได้ประมาณปีเศษ สุดท้ายก็ต้องลาสิกขาเพราะโรครุมเร้า ไร้งานการแสดง ไร้เงินซื้อข้าวกิน ชีวิตตกต่ำ ค่ำไหนนอนนั่น จนกระทั่งเดินทางถึง สภ.บางใหญ่ หวังมาขอความช่วยเหลือกับ พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ให้ช่วยประสานหางานให้ทำ ลั่นพร้อมสู้ชีวิตจนกว่าจะหมดลมหายใจ ปัจจุบันได้รับเงินผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาท เท่านั้น 

พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กล่าวว่า มีอดีตดารามาขอความช่วยเหลือที่โรงพัก ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถานีตำรวจคือโรงพักเพื่อประชาชน ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนมา เราพร้อมที่จะดูแล อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณลุงมีข้าวกิน มีที่ให้นอน 

หลังจากนี้ จะประสานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จังหวัดนนทบุรี ให้เข้ามาดำเนินการช่วยเหลือต่อไป ส่วนที่คุณลุงเขาขอความช่วยเหลือให้หางานทำให้ ก็จะลองดู ว่าเขาทำอะไรได้บ้าง มีความรู้แค่ไหน ผู้จ้างเขาต้องการไหม เพราะคุณลุงก็ป่วย มีโรคประจำตัวและอายุมากแล้ว ต้องดูว่านายจ้างต้องการหรือไม่ ตำรวจไทยไม่ทอดทิ้งประชาชนอยู่แล้ว

ทางด้าน ลุงโยธิน อดีตนักแสดง กล่าวว่า ตนเดินทางมาจากลาดกระบัง กรุงเทพฯ คิดว่าจะไปที่วัดสวนแก้ว เมื่อไปถึงวัดจึงสอบถามว่ามีที่ให้อยู่ มีงานให้ทำหรือไม่ ซึ่งทางวัดก็ตอบกลับมาว่า ไม่มีที่พักและไม่มีงานให้ทำ จึงเดินออกมาจนกระทั่งเจอตำรวจสายตรวจ  สภ.บางใหญ่ แนะนำให้มาที่ตลาด BB บางใหญ่ พร้อมทั้งให้เงินมากินข้าว 100 บาท หลังจากกินข้าวเสร็จไม่รู้จะไปไหนก็เดินมาที่โรงพัก 

ก่อนหน้านี้บวชเป็นพระ แต่ก็สึกมาได้ประมาณ 6 เดือน เพราะอยู่ไม่ได้เนื่องจากสุขภาพไม่ดี ที่ผ่านมาเคยเป็นนักแสดง เล่นหนังและละครมาประมาณ 20 ปี มีเรื่องดังๆ หลายเรื่องอาทิ สมเด็จพระนเรศวร ภาค 2, ฤทัยบดี, หมอยาท่าโฉลง, ไอ้ไข่, เสาร์ 5 แล้วก็ของค่ายเวิร์คพอยท์ 

ทั้งนี้ ปัจจุบันตนไม่มีที่พักเป็นหลักเป็นแหล่ง ชีวิตทุกวันนี้ลำบากมาก ติดต่อลูกหลานไม่ได้ ตอนนี้ใช้ชีวิตค่ำไหนนอนนั่น ไม่มีเงินติดตัว มีรายได้จากเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาท เท่านั้น ส่วนเงินจากการแสดงหนังแสดงละครไม่มีเก็บเพราะเป็นลูกจ้างรายวัน ได้ค่าแรงไม่มาก

ลุงโยธิน กล่าวอีกว่า ที่เดินทางมาโรงพักอยากให้ตำรวจช่วยเหลือเรื่องหางานให้ เป็นยามก็ได้ เพื่อให้ได้เงินประทังชีวิต อยากฝากถึงแฟนคลับที่เคยดูละครและหนังที่ตนเคยแสดงว่า ตอนนี้ตนป่วยเป็นเส้นเลือดตีบตัน เป็นโรคความดัน ทำให้พูดไม่ได้เหมือนเก่า หากมีคนติดต่อให้ไปทำงาน ตนก็พร้อมที่จะทำ ตอนนี้แก่แล้วช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่ใจยังสู้ ยังอยากทำงานขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยส่งกำลังใจให้ ตนขอสู้ต่อไป ขอทำงานแลกข้าวแลกน้ำ เพื่อดำรงชีวิตต่อไป.