เปิดหน้าเล่าทั้งน้ำตา "แม่ภัทร" เผยสภาพความเป็นอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ พร้อมเผยตำหนิที่ทำไว้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าถูกขังในกรงมานานเป็นปี
จากกรณี วันที่ 5 ตุลาคม 2569 หญิงรายหนึ่งได้ร้องขอความเป็นธรรมใน "รายการโหนกระแส" อ้างถูกลูกชายและลูกสะใภ้ พาตัวไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโดยไม่สมัครใจนานกว่า 2 ปีครึ่ง ถูกทำร้าย ข่มขู่ และบังคับกินยา ก่อนแอบติดต่อให้น้องสาวช่วยออกมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (หดหู่มาก "ตำรวจสอบสวนกลาง" เปิดภาพ "ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ" หลังถูกร้องเรียนการทารุณกรรม)
ล่าสุด วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "แม่ภัทร" ได้มาออก "รายการโหนกระแส" พร้อมลูกสาวและน้องสาว โดยที่อีกฝั่งมีลูกชายพร้อมภรรยา และน้องชายภรรยา โดยได้เปิดภาพของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ แห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีทั้งลูกกรงหลายชั้น มีลวดหนามหีบเพลงกันคนหนีออกมา
โดยทาง นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ "เอก สายไหมต้องรอด" กล่าวว่า ดูแล้วไม่ใช่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ แต่เหมือนเป็นสถานที่กักกัน หรือ คุกผู้บริสุทธิ์ ส่วนตัวมองว่าสถานที่นี้ผิด เพราะเจ้าของบอกว่าเป็นสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ แต่ใช้คำพูดว่าดูแลผู้ป่วย ซึ่งจริงๆ สถานที่นี้จะมีหมอหรือจ่ายยาไม่ได้
ขณะที่ "แม่ภัทร" เล่าเสียงสั่นถึงสภาพความเป็นอยู่ในศูนย์ว่า ต้องอยู่ในห้องแยกเดี่ยว ลักษณะเป็นลูกกรง เมื่อเปิดภาพที่ผู้สื่อข่าวบันทึกไว้ คุณภัทรยืนยันว่าตนเองอยู่ในห้องนี้จริง ซึ่งเคยอยู่ห้องมีแอร์แค่ตอนที่ญาติจะมารับแค่นั้น โดยแม่ภัทรบอกว่าเคยอยู่ที่แดน 3 ซึ่งถูกส่งมาอยู่ก่อนที่จะรู้ว่าลูกชายจะมารับ
"แม่ภัทร" เล่าต่อว่า ตนเองอยู่ในกรงที่เรียกว่า "กรงหมา" อยู่ประมาณ 11 เดือน มีเตียงที่เป็นสนิม มีเพียงถังผงซักฟอกกลมๆ วางไว้ให้สำหรับขับถ่าย ไม่มีน้ำ มีเพียงกระดาษทิชชูให้ 1 ม้วนใช้ 3 วัน
ทั้งนี้ แม่ภัทรได้ทำตำหนิไว้ในห้อง เพื่อยืนยันว่าเคยถูกขังไว้ที่นี่จริงๆ เพราะตอนที่ทราบว่าญาติจะมารับ จึงทำตำหนิไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่าเราถูกขังที่นี่ เพราะเชื่อว่าเขาจะปฏิเสธ
"แม่ภัทร" เล่าต่ออีกว่า เมื่อก่อนไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ ตนถึงโดนตี โดนอดข้าว โดนลงโทษ พอได้รับการช่วยเหลือออกมา จึงรู้ว่าในทุกๆ ครั้งที่ลูกสาวหรือน้องสาวพยายามติดต่อทนายความ พยายามช่วยเหลือ ทางศูนย์ดูแลจะเข้ามาทำโทษตนทุกครั้ง ทำให้เพิ่งรู้ว่าอยู่ที่เราโดนตี อดข้าว เพราะมีคนติดต่อมา.
ขอบคุณรายการโหนกระแส