เปิดช่องทางการยื่นขอรับเงินเยียวยา "น้ำท่วม 2569" หากบ้านน้ำท่วม ยื่นขอรับเยียวยาทางไหนได้บ้าง เช็กเงื่อนไขล่าสุด แต่ละช่องทางได้เท่าไร

หากใครที่ประสบปัญหาอุทกภัยอยู่ตอนนี้ ไม่ว่าจะอยู่ที่จังหวัดไหน หลังจากน้ำลดแล้ว อย่าลืมยื่นขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในแต่ละหน่วยงาน โดย "ไทยรัฐออนไลน์" สรุปให้ว่ามีช่องทางไหนบ้าง


ปภ. เปิดระบบให้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ได้ 9,000 บาท

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)  แจ้งเปิดระบบลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่มีที่อยู่อาศัยประจำ ซึ่งเกิดในช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม - 30 กันยายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่ 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยจะได้รับความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 9,000 บาท และให้ความช่วยเหลือ 1 ครั้งต่อ 1 หลังคาเรือน ตามเงื่อนไขที่กำหนด 

หลักเกณฑ์การพิจารณาจ่ายเยียวยาน้ำท่วม

1. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินเสียหาย

2. กรณีน้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป

3. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำล้อมรอบ จนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป

4. กรณีที่อยู่อาศัยประจำในอาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่ผู้ประสบภัยพักอาศัย แต่ส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป

ทั้งนี้ ผู้ขอรับความช่วยเหลือต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยจะได้รับความช่วยเหลือ 1 ครั้ง ต่อ 1 หลังคาเรือน ครอบคลุมบ้านที่มีทะเบียนบ้าน บ้านเช่า โดยผู้เช่าเป็นผู้รับเงิน และที่อยู่อาศัยประจำอื่นๆ แม้ไม่มีทะเบียนบ้าน

ยื่นคำร้อง ลงทะเบียนรับความช่วยเหลือได้ 2 ช่องทาง

1. ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ระบบจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบความถูกต้องทันที และประชาชนสามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ โดยเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

2. ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ /สำนักงานเขตในพื้นที่ กทม. โดยเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกในการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ


ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เริ่มคุ้มครอง 1 ตุลาคม 69 เป็นต้นไป

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการการจัดให้มี “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” และให้ภาครัฐดำเนินการจัดซื้อประกันภัยให้แก่ประชาชน โดยมีความคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมระดับครัวเรือน 30 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมทั้งในส่วนภูมิภาคและกรุงเทพมหานคร ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยเริ่มมีผลคุ้มครองกรณีสาธารณภัยแล้วตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับสิทธิความคุ้มครองและเงินชดเชยอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดภัยพิบัติ 

หลักเกณฑ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทน 

สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทน เบื้องต้นได้กำหนดไว้ว่า

  • ความคุ้มครองที่อยู่อาศัย กรณีเกิดอุทกภัย ระบบประกันภัยพิบัติจะจ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 10,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน 
  • ส่วนกรณีเกิดวาตภัยหรือแผ่นดินไหว จะจ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 5,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
  • การจ่ายค่าสินไหม จะดำเนินการภายใน 15 วัน และจ่ายเพิ่มเติมตามมูลค่าความเสียหายจริง โดยมีวงเงินค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน 
  • สำหรับความคุ้มครองต่อชีวิต กรณีมีการเสียชีวิตจากภัยที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองระบบประกันภัยพิบัติจะจ่ายเงินผลประโยชน์ รายละ 2,000,000 บาท

สำหรับช่องทางการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของกรมธรรม์ทั้ง 2 ประเภท

ขั้นตอนการแจ้งเคลมสำหรับที่อยู่อาศัยโดยคุ้มครองเป็นหลังคาเรือนตามข้อมูลที่เชื่อมระบบกับกรมการปกครองและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เมื่อมีการประกาศภัย ผู้ประสบภัยหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย สามารถเตรียมข้อมูลเบื้องต้น ได้แก่ ภาพถ่ายความเสียหาย หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ และบัญชีพร้อมเพย์ เพื่อรับเงินชดเชย 

ช่องทางการขอยื่นรับเงินเยียวยา

  •  เว็บไซต์ www.thainatcat.org 
  • แอปพลิเคชันไลน์ @ThaiNATCAT 
  • ศูนย์บริการลูกค้าหมายเลข 02-012-5555 จำนวน 300 คู่สาย 
  • และจุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม สำหรับ "ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" รัฐบาลจะมีการจัดทำคู่มือและเผยแพร่รายละเอียดให้ประชาชนรับทราบต่อไป


กทม. เปิดเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วม ปรับเพดานช่วยเหลือเพิ่ม

ส่วนใครที่เป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน กทม. สามารถยื่นออนไลน์ได้ ไม่ต้องใช้ใบแจ้งความ โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงรายละเอียดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการยื่นขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ กทม. โดยไม่ต้องใช้ใบแจ้งความ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว

เกณฑ์การช่วยเหลือ ปรับเพิ่มเพดานเงินช่วยเหลือ (ตามระเบียบกระทรวงการคลัง)

  • ค่าซ่อมแซมบ้าน จ่ายตามความเสียหายจริง เพิ่มเป็นไม่เกิน 88,600 บาท (เดิม 49,500 บาท)
  • ค่าที่พักชั่วคราว ไม่เกิน 3,000 บาท/เดือน (สูงสุดไม่เกิน 2 เดือน)
  • ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ จ่ายตามความเสียหายจริง เพิ่มเป็นไม่เกิน 13,500 บาท/ครัวเรือน 
  • ค่ารักษาพยาบาล ผู้ป่วยนอก ไม่เกิน 2,000 บาท ผู้ป่วยใน ไม่เกิน 4,000 บาท + เงินปลอบขวัญบาดเจ็บ 2,300 บาท
  • ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต ปรับขึ้นเป็นไม่เกิน 35,700 บาทต่อราย
  • ค่าดำรงชีพเบื้องต้น ประมาณ 1,900–3,800 บาท ตามระดับความเสียหาย

(หมายเหตุ ผู้เช่าบ้านสามารถขอรับความช่วยเหลือในส่วนทรัพย์สิน/ความเสียหายอื่นตามหลักเกณฑ์ได้ โดยใช้หลักฐานการเช่า)

กทม. ยื่นขอรับเงินเยียวยา ได้ 2 ช่องทาง

1. ยื่นออนไลน์ ดาวน์โหลดแบบคำร้อง แนบภาพถ่ายความเสียหาย บัตรประชาชน บัญชีธนาคาร (เตรียมเปิดระบบช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 2 ต.ค. 69)

2. ที่สำนักงานเขต ยื่นได้ตามปกติ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือไม่สะดวกใช้ระบบออนไลน์