ครม. เห็นชอบทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม เช็กช่องทาง ประกาศผลทบทวนสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 บัตรคนจน พร้อมวิธีการยืนยันตัวตน
วันที่ 22 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน ว่า วันนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (คณะกรรมการฯ) เสนอ เกี่ยวกับการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 เพิ่มเติม โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
เห็นชอบการทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสภาพความเดือดร้อนของประชาชนในปัจจุบัน และมิให้ผู้ที่สมควรได้รับความช่วยเหลือหลุดออกจากระบบ จากการหารือร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ ได้แก่
- กรณีเป็นนักเรียน นักศึกษา ไม่นับรวมผู้เรียนในโครงการอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาชนบท และผู้เรียนการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้
- กรณีเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัท ไม่นับรวมกรณีห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือวิสาหกิจชุมชน
- กรณีผู้มีบัญชีฝากหลักทรัพย์ โดยไม่รวมผู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์คงเหลือในบัญชีหรือมีมูลค่าหลักทรัพย์คงเหลือรวมกันทั้งหมดทุกบัญชี ไม่เกิน 5,000 บาท
- กรณีผู้มีบัญชีถือครองตราสารหนี้ โดยไม่รวมผู้ที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ หรือมีกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ที่มีมูลค่ารวมกันทั้งหมด ไม่เกิน 5,000 บาท
- เกณฑ์รถ ไม่นับรวมรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกินกว่า 15 ปี และรถยนต์ รถพ่วง และรถใช้งานเกษตรกรรมที่มีอายุเกินกว่า 20 ปี เว้นแต่เป็นรถจักรยานยนต์มูลค่าสูงหรือรถจักรยานยนต์สะสม และรถยนต์มูลค่าสูงหรือรถยนต์สะสมตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดชนิด แบบ รุ่น รถมูลค่าสูง รถสะสม เพื่อเป็นเกณฑ์พิจารณาตามโครงการฯ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ลงวันที่ 4 กันยายน 2569
โดยมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องนำข้อเสนอแนะการบูรณาการข้อมูลผู้ลงทะเบียนไปดำเนินการเพื่อต่อยอดการช่วยเหลือประชาชนนอกเหนือจากโครงการฯ ปี 2569 อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และกระทรวงมหาดไทยควรพิจารณาสภาพความเป็นอยู่และความต้องการของประชาชนแต่ละกลุ่ม เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างเหมาะสม สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐควรพิจารณากำหนดมาตรการแก้ไขภาระหนี้สิน และสินเชื่อที่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชน กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงศึกษาธิการควรพิจารณาส่งเสริมการให้ความรู้ พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน และการเข้าสู่ตลาดแรงงานที่สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละบุคคล รวมทั้ง หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติควรตรวจสอบกรณีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และปรับปรุงฐานข้อมูลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันต่อเนื่อง
ประกาศผลทบทวนสิทธิ "บัตรคนจน" วันไหน
สำหรับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติรอบทบทวนสิทธิในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และผู้ผ่านคุณสมบัติทุกรายเริ่มรับสิทธิพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
ยืนยันตัวตน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" หรือบัตรคนจนรายใหม่ จะต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้เรียบร้อย เพื่อให้สามารถรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยทำได้ 2 รูปแบบ ดังนี้
1. ยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
- เปิดใช้ G-Wallet เพื่อใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หากผู้ผ่านสิทธิประสงค์จะเลือกใช้สิทธิผ่านช่องทางนี้ จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ตามที่กำหนดให้เรียบร้อยก่อน
2. หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
- ธนาคารออมสิน
- ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
- ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)
เช็กระยะเวลายืนยันตัวตน (e-KYC) "โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569"
- แอปฯ เป๋าตัง และ ธนาคารกรุงไทย ยืนยันตัวตนได้ถึง 12 ม.ค. 2570
- ธนาคารออมสิน | ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) | ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) | ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) ยืนยันตัวตนได้ถึง 14 ต.ค. 2569
"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" ได้สิทธิอะไรบ้าง
1. วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด 300 บาทต่อคนต่อเดือน
2. วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน
3. วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ จำนวน 750 บาทต่อคนต่อเดือน โดยสามารถใช้โดยสารได้กับระบบขนส่ง 8 ประเภท ได้แก่
- รถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
- รถบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)
- รถไฟฟ้า บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจำกัด (มหาชน) (Bangkok Mass Transit System : BTS) รถไฟฟ้ามหานคร (Metropolitan Rapid Transit : MRT) และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด
- รถไฟ
- รถเอกชนร่วม ขสมก. รถเอกชน และส่วนราชการกรุงเทพมหานคร
- รถเอกชนร่วม บขส. และรถเอกชน
- รถสองแถวรับจ้าง
- เรือโดยสารสาธารณะ โดยไม่จำกัดวงเงินตามประเภทรถ
4. มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า อุดหนุนค่าไฟฟ้าจำนวน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกินวงเงินที่กำหนด ผู้ที่ได้รับสิทธิจะเป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด
5. มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา อุดหนุนค่าน้ำประปาจำนวน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้ที่ได้รับสิทธิ ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท และจะต้องชำระส่วนที่เกิน 100 บาท ด้วยตนเอง แต่หากใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้ที่ได้รับสิทธิจะเป็นผู้รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมด