“ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” ได้วันไหน คาดได้ 1,000 บาท ใช้จ่าย 60/40 เป็นเวลา 2 เดือน “ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” ต้องทำอย่างไร
อัปเดตความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส หรือ “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” ภายหลังจากที่กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอขยายระยะเวลามาตรการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ โดยใช้เงินงบประมาณที่มีอยู่ คาดว่าจะต่ออายุมาตรการได้ 2 เดือน
ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ได้วันไหน และมีเงื่อนไขวงเงินอย่างไรบ้าง
โดยที่ต่างจากไทยช่วยไทยพลัสเฟสแรก คือ จะให้สิทธิ 1,000 บาท เป็นเวลาการใช้ 2 เดือน ในเกณฑ์ 60:40 เหมือนเดิม ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับการเติมเงินเข้า 700 บาท รวมกับสิทธิปกติ 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เช่นเดิม ซึ่งจะได้รับสิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป และใช้ได้จนถึงวันที่ 30 พ.ย. 2569
ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์สวัสดิการแห่งรัฐ ได้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสแทน
ส่วนคนที่ไม่ผ่านคุณสมบัติสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ก็จะได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งต้องรอฟังรายละเอียดอีกครั้งว่า จะให้ลงทะเบียนเพิ่มเติม หรือรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ทันที
ทั้งนีั้แนวทางดำเนินมาตรการในระยะต่อไป กระทรวงการคลัง เตรียมนำผลการดำเนินงานและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันอังคารที่ 22 ก.ย. 2569 โดยการขยายระยะเวลา วงเงิน สิทธิ หรือเงื่อนไขต่าง ๆ จะต้องเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี
หากมีความคืบหน้า จะรีบรายงานให้ทราบต่อไป
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถโหลดแอปฯ เป๋าตังรอไว้ได้ก่อน พร้อมลงทะเบียน เพราะถึงอย่างไร การใช้จ่ายไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ก็จะต้องใช้จ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตังเท่านั้น ซึ่งการใช้จ่ายก็จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2569 เช่นกัน
วิธีดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ “เป๋าตัง”
สำหรับการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” และใช้สิทธิ ผู้สมัครจะต้องใช้งานผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยมีขั้นตอนและวิธีการติดตั้ง ดังนี้
1. เปิดแอปฯ APP Store หรือ Google Play หรือ Play Store สมาร์ทโฟนที่มีระบบปฏิบัติการ Android Version 10.0 ขึ้นไป และระบบ iOS Version 15.0 ขึ้นไป
2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา
3. เลือก “GET” หรือเลือก “ติดตั้ง”
4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ เป๋าตัง
5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน
6. เตรียมบัตรประชาชน
7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน
8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP
9. ใส่รหัส OTP 6 หลัก ที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ
10. กรอกข้อมูลบัตรประชาชน
11. เลือกวิธีการยืนยันตัวตน
- ยืนยันตัวตน ด้วยบัญชี Krungthai NEXT ในแอปเป๋าตัง
- ยืนยันตัวตนที่ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย