สรุปเรื่องราวที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโซเชียล เมื่อคลิปวิดีโอ "หมอโวยพยาบาล" ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ จากเจตนาปกป้องคนไข้จนได้รับเสียงปรบมือ สู่ดราม่าวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน
จุดเริ่มต้น "หมอโวยพยาบาล" จนกลายดราม่าดัง
- ช่วงเที่ยงของวันที่ 8 กันยายน 2569 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะ "คุณหมอ" กำลังโวยวายพยาบาล เนื่องจากตรวจคนไข้ไม่ได้ เพราะไม่มีฟิล์มเอกซเรย์ในระบบ
- ซึ่งในคลิปคุณหมอยังได้ตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับด้านฟิล์มเอกซเรย์ที่ทำงานล่าช้า จนปล่อยให้ผู้ป่วยต้องนั่งรอหน้าห้องตรวจตั้งแต่เช้าจนเกือบเที่ยง เพราะหมอไม่สามารถตรวจได้
- โดยในคลิปพยาบาลที่อยู่บริเวณหน้าห้องตรวจ ได้พยายามโทรหาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมอธิบายเรื่องฟิล์มเอกซเรย์ที่ล่าช้า โดยมีคุณหมอยื่นไมโครโฟนให้พูด เพื่อให้คนไข้ที่มานั่งรอตรวจได้ฟัง
- ด้านเจ้าของโพสต์ ได้เขียนข้อความอธิบายว่า "เมื่อคุณหมอตรวจคนไข้ไม่ได้ เพราะในระบบไม่มีฟิล์มเอกซเรย์ให้คุณหมอ ได้นัดเจ้าหน้าที่มาตั้งแต่เช้า จะเที่ยงแล้วก็ไม่มีใครมา อ้างว่าอยู่อีกจังหวัด ประชาชนต้องมานั่งรอเพราะเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณหมอที่ออกมาปกป้องประชาชนมากครับ"
- แต่หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการกระทำของคุณหมอ แม้จะมีเจตนาต้องการปกป้องคนไข้ก็ตาม
- สำหรับ คุณหมอคนดังกล่าว พบว่าเป็น "นายแพทย์" รักษาด้านสมองชื่อดังของ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช
รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ขอชี้แจงดราม่า
- ต่อมา รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ได้โพสต์ชี้แจงประเด็นจากคลิปดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก ว่า "โรงพยาบาลย้ายข้อมูลภาพ X Ray จาก data center เก่าไปยัง Data center ใหม่ ย้ายได้ 5 ปี (2022-2026) จากปัจจุบันข้อมูลอื่นๆ เช่นประวัติ lab อื่นๆ สามารถดูข้อมูลได้เป็นปกติ และถ้าแพทย์ต้องการดูข้อมูลย้อนหลังมากกว่า 6 ปี แพทย์สามารถเข้าดูได้ผ่านระบบเดิม (ยังไม่ลบใน data center เก่า) โดยดูจากโปรแกรม Soli PACS เนื่องจากยังมีข้อมูลเดิมอยู่ ยังไม่ได้ลบ และมีห้องทะเบียนเอกซเรย์เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ประจำเพื่อขอข้อมูลได้"
- รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ยังได้สรุปอีกว่า 1. สามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้ 6 ปี ในฐานข้อมูลใหม่ 2. หากต้องการดูมากกว่า 5 ปี ที่ยังไม่ย้ายสามารถเข้าไปทางเก่าได้
เจ้าของโพสต์ ยืนยันไม่มีโจมตีคุณหมอ-พยาบาล
- คุณรัฐภัทร์ เจ้าของโพสต์ดังกล่าว ยืนยันว่าไม่ได้โพสต์โจมตีคุณหมอหรือพยาบาล มองว่าหน่วยงานซัปพอร์ตหมอพยาบาลควรทำหน้าที่ให้ดีกว่านี้ ผอ.รพ. ควรลงมาจัดระบบให้ดีกว่านี้
- เจ้าของโพสต์เล่าต่ออีกว่า ตอนนั้นคนไข้ปรบมือให้คุณหมอจำนวนมาก เพราะช่วยสื่อสารกับคนไข้ให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
- ส่วนในโซเชียลที่มีคนออกมาต่อว่าคุณหมอเยอะ เข้าใจว่าเพราะไม่ได้ฟัง ไม่ได้อ่านข้อความจึงเข้าใจไปเองว่าคุณหมอผิด ทั้งที่จริงๆ คุณหมอแค่เสียงดัง ใช้น้ำเสียงดุดัน ยืนยันลงคลิปเพื่อชื่นชมคุณหมอ อยากให้คนที่เกี่ยวข้องมาช่วยคุณหมอและพยาบาล
- ต่อมา มีรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มพยาบาลภายใน รพ. บางกลุ่มเริ่มไม่พอใจพฤติกรรมหมอคนดังกล่าว ที่มีการเอะอะโวยวายตำหนิประจานพยาบาลหน้าห้องตรวจอย่างรุนแรงต่อหน้าผู้ป่วยและญาติๆ จำนวนมาก ซึ่งถือเป็นการไม่ให้เกียรติพยาบาล น่าจะคุยกันดีๆ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาจากระบบที่เกิดขึ้น
ผอ.โรงพยาบาล ขอโทษประชาชนในเรื่องที่เกิดขึ้น
- ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 กันยายน 2569 พญ.จิรวรรณ อารยะพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ได้ตั้งโต๊ะแถลงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ยืนยันว่าระบบโรงพยาบาลไม่ได้ล่ม ระบบดูแลผู้ป่วยปกติ สามารถดูแลผู้ป่วยได้ ดูแล็บผู้ป่วยได้ ดูข้อมูลได้เกือบทุกอย่าง
- ส่วนประเด็นคลิปเมื่อวาน คุณหมอเขาก็มีความตั้งใจดีที่จะตรวจคนไข้ แต่เนื่องจากเรากำลังย้ายข้อมูลจากฐานระบบเก่าไประบบใหม่ ซึ่งมีเยอะมากต้องใช้เวลา แต่ก็สามารถดูทั้งใหม่และเก่าได้เลย ไม่ได้มีปัญหาในการดูภาพเอกซเรย์ เพียงแต่อาจจะมีการเข้าไปไม่ถูก ก็เลยหาไม่เจอ
- หลังจากคุยกันในภาพรวม คุณหมอและพยาบาลก็เข้าใจว่าระบบเก่าก็สามารถเข้าเหมือนเดิม ยืนยันว่าไม่ได้ล่ม และมีประกาศแจ้งทุกหน่วยงานเรื่องการใช้ระบบ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เข้ากันถูก
- ผอ. เผยอีกว่า เข้าใจว่าคุณหมอก็ปรารถนาดี อยากทำงานรวดเร็ว และการทำงานแบบนี้ จริงๆ ก็มีวิธีการแก้ปัญหาหรือประสานงานแบบมืออาชีพ ที่สามารถสื่อสารขอความช่วยเหลือได้อย่างมืออาชีพ
- ส่วนปัญหาความขัดแย้งระหว่างหมอกับพยาบาล ได้มีการพูดคุยเข้าใจกันแล้วไม่มีปัญหาอะไร ทุกฝ่ายยังคงเดินหน้าทำงานรักษาประชาชนกันอย่างเต็มที่ต่อไป ซึ่งทางโรงพยาบาลต้องขอโทษประชาชนในเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย
รีแอ็กชันหลังดราม่า "หมอโวยพยาบาล" จากวงการแพทย์
- มีคุณหมอหลายท่าน ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดราม่าดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่ย้ำว่า "พยาบาล คือเพื่อนคนสำคัญของแพทย์"
- "กรมการแพทย์" ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ขอส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานร่วมกันบนพื้นฐานของการให้เกียรติ ความเคารพ และความเท่าเทียม เพราะแม้เราจะมีบทบาทและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน แต่เรามีเป้าหมายเดียวกัน คือสุขภาพที่ดีของประชาชน"
- นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ฝากความห่วงใยถึงทั้งแพทย์และพยาบาลผู้ปฏิบัติงาน โดยขอให้ถ้อยทีถ้อยอาศัย และเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เข้าใจดีว่าการให้บริการสาธารณสุขในโรงพยาบาลมีภาวะความกดดันและความเครียดสูงจากปริมาณผู้ป่วยที่มีจำนวนมาก.