ยังทำใจไม่ได้ เจ้าของสุดเศร้า เล่าอุทาหรณ์ 2 น้องหมาสุดรัก "ซาเซน-ไจแอ้นท์" จากไปด้วย "โรคฉี่หนู" หลังจากการไปพักผ่อนและเดินป่า


กลายเป็นเรื่องราวสุดเศร้าในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Navaporn Siri ได้โพสต์อุทาหรณ์เรื่อง "ซาเซนกับไจแอ้นท์ ลูกทั้งสองชีวิตได้จากไปด้วยโรคฉี่หนู หลังจากการไปพักผ่อนและเดินป่า" พร้อมระบุข้อความว่า "ยังทำใจไม่ได้ แต่วันนี้ตั้งหลักและตัดสินใจออกมาเล่าเรื่องทั้งหมด โดยมีความตั้งใจอยากให้เรื่องของซาเซนและไจแอ้นท์ เป็นอุทาหรณ์และเป็นข้อมูลให้กับพ่อแม่เด็กทุกคน ให้รับรู้ถึงความเสี่ยงของการพาลูก ๆ ไปเดินป่า รวมถึงอยากให้ทุกคนรู้จักโรคฉี่หนูและความรุนแรงของมัน

จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด พาเด็กๆ ไปนอนค้างและเดินป่าที่กาญจนบุรี ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าการพาลูกๆ ไปเดินป่าในครั้งนั้น กำลังพาพวกเขาเข้าไปเจอกับสิ่งที่รุนแรง และพรากชีวิตพวกเขาไป หลังจากกลับจากป่าประมาณ 12 วัน (ระยะฝักตัวอาจนานได้ถึง 3-4 สัปดาห์โดยไม่มีอาการ) เด็กๆ ทั้งสองมีอาการซึม อ่อนเพลีย และไม่กินข้าว โดยไม่มีอาการรุนแรงอื่นๆ ไจแอ้นท์มีอาการไม่ถึง 1 วัน ส่วนซาเซน หลังจากเห็นว่าเริ่มอ่อนเพลีย ไม่ถึง 30 นาที พาไปโรงพยาบาลสัตว์ฉุกเฉินทันที

ทางคุณหมอเริ่มให้ยาฆ่าเชื้อฉี่หนู และยาสำหรับพยาธิเม็ดเลือดตั้งแต่วันแรกทันทีหลังจากซักประวัติ โดยทีมสัตวแพทย์จาก 2 ใน 3 โรงพยาบาลสัตว์ที่ลูกทั้งสองเข้ารับการรักษา ได้ให้ข้อมูลว่าที่ผ่านมาเคยมีสุนัขป่วยด้วยโรคฉี่หนูหลังจากการเดินป่าในจังหวัดเดียวกันแล้วหลายกรณี หลังจากวันนั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วเกินกว่าที่เราทุกคนจะตั้งตัว

จากอาการซึมเพียงเล็กน้อยสู่ภาวะวิกฤต หลังจากเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เชื้อฟักตัว เพิ่มจำนวนและกระจายเข้าสู่กระแสเลือด ก่อนส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญต่างๆ เด็กๆ เริ่มมีปัญหาเรื่องเกล็ดเลือด ค่าเกล็ดเลือดดิ่งลงอย่างรวดเร็ว จนต้องถ่ายเลือดหลายครั้ง จากนั้นเชื้อส่งผลกระทบต่อไตและตับ เข้าสู่ภาวะไตวาย ต้องได้รับการฟอกไต ค่าตับสูงขึ้นอย่างรุนแรง เกิดภาวะตัวเหลืองและดีซ่าน

โรคนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง กรณีของเด็กๆ คือภาวะเลือดออกผิดปกติ DIC (Disseminated Intravascular Coagulation) ซึ่งเป็นภาวะที่กระบวนการแข็งตัวของเลือดทำงานผิดปกติอย่างรุนแรง ทำให้การที่จะฟอกไตมีความเสี่ยงสูงมาก รวมถึงอาจเกิดเลือดออกในอวัยวะต่างๆ และพัฒนาไปสู่ภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบพร้อมกัน โดยทั้งหมดเกิดจากอาการที่ตอนแรกมีเพียงแค่ซึมและอ่อนแรง ทุกอย่างกลับกลายเป็นภาวะวิกฤตและถึงชีวิตภายในเวลาไม่กี่วัน

ทั้งซาเซนและไจแอ้นท์ ตรวจไม่พบเชื้อจากชุด test kit ในวันแรก ทางโรงพยาบาลจึงทำการตรวจ PCR ส่งตัวอย่างไปตรวจที่แล็บ และใช้เวลารอผลประมาณ 3–5 วัน โดยส่วนใหญ่ทางโรงพยาบาลจะเริ่มให้การรักษาและให้ยาทันที โดยไม่รอผลออก หากมีประวัติและอาการที่มีความเสี่ยง และแม้จะตรวจด้วยวิธีต่างๆ ก็ยังมีบางกรณีที่ไม่สามารถตรวจพบเชื้อได้ ดังนั้นการที่ผลตรวจยังไม่เจอเชื้อในช่วงแรก ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยงเสมอไป

ฉีดวัคซีนแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย วัคซีนโรคฉี่หนูยังเป็นพื้นฐานที่ฉีดให้ลูกๆทุกปี แต่วัคซีนไม่ได้ครอบคลุมเชื้อ Leptospira ทุกชนิดที่มีอยู่ในธรรมชาติ โดยเฉพาะเชื้อบางสายพันธุ์ที่อาจแตกต่างจากสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุม ฉะนั้นวัคซีนยังจำเป็นและช่วยลดความเสี่ยงของโรค แต่ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลว่าสามารถพาลูกๆ เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงโดยไม่จำเป็นต้องระวัง

โรคฉี่หนูรักษาได้ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร่างกายอาจรุนแรงมาก การรักษาเชื้อให้หาย กับการย้อนกลับไปซ่อมแซมอวัยวะที่ถูกทำลายไปแล้วเป็นคนละเรื่องกัน รักษาหายไม่ได้แปลว่าร่างกายจะกลับมาเหมือนเดิม 100% หากอวัยวะได้รับความเสียหายระหว่างการติดเชื้อ อวัยวะบางอย่างสามารถฟื้นฟูได้ด้วยเวลา การรักษา และการดูแลอย่างเคร่งครัด แต่อวัยวะบางอย่างที่ถูกทำลายไปแล้ว อาจไม่สามารถกลับคืนมาได้ทั้งหมด ฉะนั้นไม่ใช่เชื้อหมดทุกอย่างจะจบ สิ่งสำคัญหลังการรักษาคือการติดตามอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ และประคับประคองสิ่งที่ยังเหลืออยู่ให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ โรคฉี่หนูสามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ และมีความรุนแรงในคนเช่นกันในการเดินป่าครั้งนั้น ตูนได้ชวนครอบครัวที่มีเด็กเล็กไปด้วย โชคดีมากที่ครอบครัวนั้น รวมถึงน้องหมาของเขา ไม่ได้รับเชื้อกลับมา ไม่อย่างนั้นคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง

ถ้าเรื่องของซาเซนและไจแอ้นท์ สามารถทำให้พ่อแม่สักหนึ่งบ้าน หาข้อมูลก่อนพาลูกไปเดินป่า สามารถทำให้เด็กสักหนึ่งชีวิตไม่ต้องติดเชื้อ หรือสามารถทำให้เด็กสักหนึ่งชีวิตได้รับการรักษาเร็วขึ้น มันก็จะมีความหมายมากๆ เราไม่ควรปล่อยให้ความไม่รู้ หรือการไม่ได้รับข้อมูลที่เพียงพอ ทำให้เกิดการสูญเสียที่ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้อีก".

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Navaporn Siri