เช็ก 10 สัญญาณเตือนก่อนเกิดอาการ "กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน" ขณะที่ "หมอโรคหัวใจ" เผยปัจจัยเสี่ยง-วิธีการป้องกัน
พญ.ณหทัย ฉัตรสิงห์ อายุรศาสตร์โรคหัวใจ ประจำศูนย์โรคหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายถึง 10 อาการภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden cardiac arrest) พร้อมพูดถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยง รวมทั้งแนวทางการป้องกัน เพื่อจะได้นำไปเป็นแนวทางในการเฝ้าระวังตนเองและคนรอบข้าง เพื่อการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจวายได้
สำหรับภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden cardiac arrest) คือการที่หัวใจหยุดทำงานฉับพลัน ทำให้ไม่สามารถบีบเลือดให้ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกายได้ สมองและอวัยวะสำคัญจะเริ่มขาดเลือด และเสียชีวิตในที่สุด
กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เกิดขึ้นได้อย่างไร?
กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (heart attack หรือ myocardial infarction) หรือคนทั่วไปบางทีอาจเรียกว่า "หัวใจวาย" มักเกิดขึ้นเมื่อเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลงหรือหยุดลงอย่างเฉียบพลัน โดยหนึ่งในกลไกสำคัญ คือคราบไขมันในหลอดเลือดเกิดการแตกหรือมีการเปลี่ยนแปลงจนเกิดลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือด ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจนได้
สำหรับ ภาวะหยุดเต้นเฉียบพลัน (sudden cardiac arrest) คือภาวะที่หัวใจหยุดสูบฉีดเลือด ผู้ป่วยจะหมดสติ ไม่ตอบสนองและไม่หายใจตามปกติ จนถึงเสียชีวิตตามมา กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเป็นคนละภาวะ แต่ภาวะแรกอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหลังได้ ทั้งสองภาวะเป็นเหตุฉุกเฉินและต้องได้รับการช่วยเหลือรักษาทันที
เช็ก 10 อาการที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
1. เจ็บหน้าอก : เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด โดยอาการเจ็บหน้าอกอาจมีลักษณะดังนี้ แน่นหน้าอก จุกหน้าอก ปวดหน้าอก แสบหน้าอก บีบหัวใจ รู้สึกเหมือนมีของหนักมาทับอาการเจ็บหน้าอกมักเกิดขึ้นบริเวณหน้าอกด้านซ้าย แต่อาจเกิดขึ้นบริเวณอื่นๆ เช่น คอ ไหล่ แขน ลำคอ ฟัน เป็นต้น
2. เหนื่อยง่าย : อาการเหนื่อยง่ายอาจเกิดขึ้นขณะทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เดินขึ้นบันได ขึ้นเนิน หรือออกกำลังกาย
3. หายใจลำบาก : อาการหายใจลำบากอาจเกิดขึ้นขณะทำกิจกรรมต่างๆ หรือขณะนอนราบ
4. คลื่นไส้ อาเจียน : อาการคลื่นไส้อาเจียนอาจเกิดขึ้นพร้อมกับอาการเจ็บหน้าอก หรืออาจเกิดขึ้นก่อนหรือหลังอาการเจ็บหน้าอก
5. เหงื่อออก : อาการเหงื่อออกมักเกิดขึ้นร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก หรืออาจเกิดขึ้นก่อนหรือหลังอาการเจ็บหน้าอก
6. ใจสั่น : อาการใจสั่นอาจเกิดขึ้นร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก หรืออาจเกิดขึ้นก่อนหรือหลังอาการเจ็บหน้าอก
7. มือเท้าเย็น : อาการมือเท้าเย็นมักเกิดขึ้นร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก หรืออาจเกิดขึ้นก่อนหรือหลังอาการเจ็บหน้าอก
8. เวียนศีรษะ : อาการเวียนศีรษะอาจเกิดขึ้นร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก หรืออาจเกิดขึ้นก่อนหรือหลังอาการเจ็บหน้าอก
9. หน้ามืด : อาการหน้ามืดอาจเกิดขึ้นร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก หรืออาจเกิดขึ้นก่อนหรือหลังอาการเจ็บหน้าอก
10. อ่อนเพลีย : อาการอ่อนเพลียอาจเป็นอาการเริ่มต้นของหัวใจวาย และอาจรุนแรงขึ้นจนทำให้หมดสติได้
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
- ภาวะไขมันในเลือดสูง
- โรคเบาหวาน
- โรคไตเรื้อรัง โรคอ้วน
- การสูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่
- การใช้สารเสพติดหรือยากระตุ้นบางอย่าง
- ขาดการออกกำลังกาย / รับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม
- ความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
- อายุที่มากขึ้น และมีประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจในครอบครัว
แนวทางการป้องกัน
- หลีกเลี่ยงประวัติเสี่ยงดังที่กล่าวไปข้างต้น
- คอยสังเกตอาการ หรือความผิดปกติที่เกิดขึ้น เช่น อาการเจ็บหน้าอก, อาการวูบ หมดสติ, หายใจเหนื่อย, ใจสั่น หากมีอาการผิดปกติเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติเกี่ยวกับโรคหัวใจ
- ตรวจสุขภาพเพื่อประเมินว่ามีความผิดปกติของโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดหรือไม่ โดยในแต่ละบุคคลอาจมีแนวทางการตรวจการรักษาที่ต่างกันไป
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจและหลอดเลือดนับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของทั้งประเทศไทยและทั่วโลก นอกจากการป้องกันและคอยตรวจดูความเสี่ยงแล้ว โดยสิ่งสำคัญคือเราทุกคนควรเรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น (Basic life support) ซึ่งมีส่วนสำคัญมากในการเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันซึ่งสามารถเกิดกับใครก็ได้.