ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา ชี้กรณี ผอ.โรงเรียน กับธุรการ นัดพบข้างเมรุ ได้ยินแค่กระแสข่าว ยังไม่มีใครมาร้องเรียน ขณะที่พ่อฝ่ายหญิงยัน ลูกไม่เคยออกจากบ้านตอนดึก แนะเอาเงินจ้างนักสืบ ส่งมาให้ลูก
วันที่ 21 ส.ค. 69 จากกรณี เฟซบุ๊กเพจ “Bigboss PI” โดย บอยนักสืบ ได้โพสต์ผลการตามสืบคดีชู้สาวตามที่สามีจ้างวาน โดยพบพฤติกรรมภรรยา นัดพบกับ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง ข้างเมรุเผาศพในวัด จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์นั้น แม้ชาวเน็ตส่วนใหญ่จะเห็นใจฝ่ายสามี แต่ก็มีชาวบ้านบางส่วนไม่เชื่อว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น พร้อมจี้ให้ทาง นักสืบบอย เปิดหลักฐาน กระทั่งสามีของฝ่ายหญิง ออกมาเปิดข้อมูลว่า ภรรยาของเขามีการคุยกับชายอีกคนในลักษณะแสดงความเป็นห่วง และบอกคิดถึง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่บ้านของฝ่ายหญิง ซึ่งเป็นครูธุรการ วัย 29 ปี แต่ไม่พบ พบเพียงพ่อของครู เล่าให้ฟังว่า สามีของลูกสาวอายุ 40 ปี เป็นชาวจังหวัดชลบุรี และทำงานที่จังหวัดชลบุรี ส่วนลูกสาวทำงานอยู่ที่บุรีรัมย์ มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 4 ปี คนเล็กอายุ 7 เดือน เรื่องราวที่เกิดขึ้นยอมรับว่าตนไม่รู้เรื่อง ได้ยินแค่ข่าว ส่วนเรื่องที่ลูกสาวออกจากบ้านตอนกลางคืนบ่อยๆ ไม่เป็นความจริง เพราะตนก็อยู่ที่บ้านด้วย
ส่วนกรณีที่ลูกเขยเอาเงินไปจ้างนักสืบนั้น ส่วนตัวมองว่า เอามาเลี้ยงลูกดีกว่าไหม เพราะที่ผ่านมา ลูกเขยส่งเงินมาให้บ้าง ไม่ให้บ้าง เนื่องจากอีกฝ่ายมีลูกติด ต้องจ่ายสองทาง
ด้าน ดร.ณัฐนนท์ วิทยาประโคน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 เผยถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า โรงเรียนที่เกิดเหตุเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีเพียงรักษาการ ผอ.เท่านั้น หลังจากเป็นข่าวแพร่ออกไป ทางเขตไม่ได้นิ่งนอนใจเข้าไปสืบเสาะหาข้อมูล แต่ยังไม่พบความผิดปกติ ประกอบกับวันที่ 19 ส.ค. รักษาการ ผอ.ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน เพราะไปสัมมนา
แต่ทั้งหมดยังไม่ถึงขั้นตั้งคณะกรรมการมาสอบ เพราะยังไม่มีใครมาร้องเรียน อย่างไรก็ตาม หากมีการร้องเรียนเกิดขึ้น ทางเขตฯก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ภาพถ่ายก็ยังไม่ถือว่ามีความผิด