“รศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์” แพทย์นิติเวชเผย อธิบายกลไกการเสียชีวิตจาก “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” ที่พบได้จากการเสียชีวิตแบบกะทันหันโดยธรรมชาติ ไขข้อสงสัย “รอยหยักติ่งหู” เกี่ยวกันหรือไม่

วันที่ 21 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ นายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์เฟซบุ๊ก "Smith Fa Srisont" อธิบายกรณีการเสียชีวิตจากโรคเส้นเลือดแดงเลี้ยงหัวใจตีบในลักษณะ การเสียชีวิตแบบกะทันหันโดยธรรมชาติ ที่แพทย์นิติเวช จะพบได้จากการผ่าศพ จะขอพูดในแง่ของแพทย์นิติเวชเพื่อแพทย์และประชาชนทั่วไป

โดยระบุว่า โรคเส้นเลือดแดงเลี้ยงหัวใจแข็งและตีบ (coronary atherosclerosis/ coronary artery disease) ถือว่าเป็นโรคอันดับหนึ่งที่พบได้จากการเสียชีวิตแบบกะทันหันโดยธรรมชาติ กลไกการเสียชีวิตเกิดจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ มีไขมันหรือหินปูนเกาะ จนเส้นเลือดอุดตัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ แล้วกล้ามเนื้อหัวใจตายจนหัวใจเต้นผิดปกติ สุดท้ายหัวใจหยุดเต้นได้ ซึ่งการอุดตันที่จะเป็นสาเหตุการตายได้ ต้องอุดตันตั้งแต่ 70-75% ขึ้นไป โดยเกิดในเส้นเลือดหลักแค่หนึ่งเส้นจากสามเส้น ก็เพียงพอให้เสียชีวิตแล้ว

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้แก่ อายุมาก เพศชาย พันธุกรรม โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน โรคอ้วน ขาดการออกกำลังกาย ความเครียด หรืออื่นๆ อันนี้ต้องแจ้ง เพราะมักจะมีญาติมาถามแพทย์นิติเวชว่าทำไมถึงเป็นโรคนี้

ในกรณีเสียชีวิตกะทันหัน ผู้ตายอาจจะมีภาวะนี้เป็นครั้งแรกจนเสียชีวิตเลย บางครั้งประวัติจึงอาจพบว่า ก่อนเสียชีวิตผู้ตายแข็งแรงดีและไม่มีโรคประจำตัวใดๆ หรือถึงพบแพทย์ประจำแต่ก็อาจตรวจไม่เจออะไร เพราะกล้ามเนื้อหัวใจยังปกติ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจไปก็ไม่พบอะไรได้

สาเหตุการเสียชีวิตนี้ ถึงแม้ส่วนใหญ่จะพบในคนอายุมาก แต่ก็พบได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ที่ผมเคยพบในไทย คืออายุ 24 ปี แต่น่าจะสัมพันธ์กับภาวะไขมันในเลือดสูงที่เป็นผลจากพันธุกรรม ดังนั้นหากมีคนในครอบครัวเสียชีวิตด้วยโรคนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย ต่ำกว่า 40-45 ปี ควรต้องพบแพทย์เพื่อตรวจว่า เป็นโรคไขมันในเลือดสูงด้วยหรือไม่ (เคสอายุ 24 ปี เจอก่อนจะมีโรคโควิด ดังนั้นไม่มีทางเกี่ยวกับวัคซีนโควิดแน่นอน)

โรคนี้ไม่ใช่ภาวะไหลตาย เพราะภาวะไหลตาย คือการผ่าศพแล้วไม่พบสาเหตุการตายใดๆ ซึ่งเราสันนิษฐานกันว่าภาวะไหลตายเกิดจากการที่หัวใจเต้นผิดจังหวะเองจนเสียชีวิต ทำให้ตรวจศพไม่พบสาเหตุการตายใดๆ

ทั้งนี้ ลักษณะทางร่างกายที่สัมพันธ์กับโรคนี้ คือ รอยหยักบริเวณติ่งหู (earlobe crease / Frank’s sign) ตามรูป แต่บอกไว้ก่อนว่า มันไม่ได้สัมพันธ์แบบเจอแล้วต้องเป็นโรคนี้ 100% หรือถ้าไม่มีจะไม่เป็นโรคนี้ รวมทั้งลักษณะแบบนี้อาจเจอในคนสูงอายุที่ไม่ได้ป่วยเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบได้ ส่วนตัวคิดว่า ถ้าเจอรอยหยักติ่งหูในคนอายุยังไม่มาก ต่ำกว่า 60 ปี ควรปรึกษาแพทย์ว่า สงสัยว่าป่วยเป็นโรคนี้ และขอตรวจเพิ่มเติม

ที่มาจาก เฟซบุ๊ก Smith Fa Srisont