สามีทนไม่ไหว ปล่อยหลักฐานมัดภรรยากับ ผอ. แอบสวีตข้างเมรุวัด ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ หลังชาวบ้านหวั่นสร้างเรื่อง ขณะที่ "บอยนักสืบ" แชร์โพสต์ทนายดัง สงสัยรอบนี้ได้ทำหน้าที่ ทนายผัวหลวง

วันที่ 20 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเพจ “Bigboss PI” โดย บอยนักสืบ ได้โพสต์ผลการตามสืบคดีชู้สาวตามที่สามีจ้างวาน โดยพบพฤติกรรมภรรยาแอบมีความสัมพันธ์กับ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์นั้น

แม้ชาวเน็ตส่วนใหญ่จะเห็นใจฝ่ายสามี แต่กลับมีบางส่วนแสดงความแคลงใจ โดยอ้างแชตหลุดจากผู้ที่อ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการเต้าข่าวเพื่อเรียกเรตติ้ง และเห็นเพียงชายสองคนในรถ ไม่พบรถของฝ่ายหญิง และคนที่เป็น ผอ. แต่อย่างใด ส่งผลให้ฝ่ายสามีต้องเจอมรสุมตั้งข้อสงสัยและถูกคนรอบข้างกดดันอย่างหนัก

โดยผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดที่เกิดเหตุ พบนางสา (นามสมมติ) อายุ 46 ปี เล่าว่าพวกตนดูข่าวแล้วตกใจ มั่นใจว่าไม่เป็นความจริง เมื่อย้อนไปเมื่อวานนี้ (19 ส.ค.) ช่วงเย็น ได้มีรถเก๋งยี่ห้อนิสสันสีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ มาจอดอยู่ข้างเมรุของวัด ซึ่งตอนนั้นพวกตนอยู่บริเวณนั้นประมาณ 7-8 คน เห็นลงมาถ่ายภาพเมรุ ถ่ายภาพวัด และถ่ายภาพป่าข้างเมรุ ชาวบ้านจึงเข้าไปถามว่ามาทำอะไร เพราะจอดนาน ชายซึ่งมาด้วยกัน 2 คนในรถบอกว่า “ผมจอดสูบบุหรี่ เดี๋ยวผมไปแล้ว” ไม่นานก็ขับรถออกไป รวมเวลาที่รถเก๋งสีดำมาจอดประมาณ 2 ชม.

ส่วนภาพที่ออกข่าวเป็นภาพเมรุของวัดจริง แต่พวกตนยืนยันว่าไม่มีผู้หญิงหรือ ผอ. มาบริเวณนั้น ส่วนภาพชายที่ปรากฏอยู่ในป่า จำได้ว่าเป็นหนึ่งในชายสองคนที่มาด้วยกัน เพราะตนเข้าไปถามถึงรถ จึงอยากจะให้ “บอยนักสืบ” เอาหลักฐานมาเปิดเผยมากกว่านี้ เพราะข้อมูลที่ออกไปไม่ตรงกับความเป็นจริง

เช่นเดียวกับนางอ้อม (นามสมมติ) อายุ 53 ปี (ผู้หญิงใส่เสื้อสีส้ม) เผยว่า เป็นไปไม่ได้ ข้อมูลผิดทั้งหมด โรงเรียนมีครู 7 คน เป็นหญิง 5 ชาย 2 คน ส่วนใหญ่มีลูกโต 8-9 ขวบ ไม่มีครูหรือบุคลากรคนใดมีลูกวัย 2 เดือน ประกอบกับโรงเรียนมีนักเรียนน้อยกว่าเกณฑ์จึงไม่มี ผอ. มีเพียงรักษาการ ทั้งยอมรับว่าเห็นรถเก๋งคันสีดำเข้ามาวนเวียนอยู่ในโรงเรียน สามีจึงไปถ่ายคลิปรถเอาไว้ แล้วเอาให้ตำรวจที่รู้จักกันตรวจสอบพบว่าป้ายทะเบียนไม่ตรงกับตัวรถ ตอนนี้ก็ยังงงว่าในข่าวระบุว่าตนรู้เห็น อยากให้ “บอยนักสืบ” มาชี้แจง เพราะถ้าเป็นระดับ ผอ. จริงคงไม่มาทำอะไรข้างเมรุ

ล่าสุด ฝ่ายสามีอดรนทนไม่ไหว ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศตัดขาดและเตรียมดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยระบุข้อความว่า

“พอกันทีกับสิ่งที่ทนมาตลอดเป็นเวลาที่ยาวนาน วันนี้ถึงเวลาแล้วที่พวกคุณสองคนต้องได้รับเวรกรรม นี่คือหลักฐานส่วนหนึ่งครับที่สามารถยืนยันได้ และยังมีหลักฐานอื่นอีกมากมาย ดูกันเอาเองครับว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก หลังจากนี้จะไม่คุยอะไรกับใครทั้งสิ้น ใครที่โทรคุยอะไรผมให้ทนายคุยอย่างเดียว ทนมามากพอแล้ว ความเจ็บปวดมันมากขนาดไหนที่ต้องเจอเรื่องราวแบบนี้ พอกันที!!!!”

นอกจากนี้ ฝ่ายสามียังได้เปิดเผยหลักฐานสำคัญ ประกอบด้วย ใบสำคัญการสมรส ระบุการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ณ อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อยืนยันสถานะสามีภรรยา, หลักฐานเป็นแชตข้อความที่ภรรยา คุยกับชายอีกคนแบบสนิทสนม มีการขอกอด และบอกว่า “คิดถึง”, ภาพถ่ายและพิกัดการติดตาม ภาพถ่ายจากทีมงานนักสืบที่ระบุพิกัดในพื้นที่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ยืนยันการเฝ้าติดตามพฤติกรรม


ทั้งนี้ ทางด้านบอยนักสืบได้เข้ามาร่วมตอบโต้คอมเมนต์ที่เข้ามาจับผิดอย่างดุเดือด โดยยืนยันว่าทางทีมงานมีหลักฐานแน่นหนา และพร้อมให้กระบวนการทางกฎหมายเป็นตัวตัดสิน โดยฝ่ายสามีระบุชัดว่าหลังจากนี้จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนายความจัดการทั้งหมด

ขณะเดียวกัน บอยนักสืบ ยังได้แชร์โพสต์ของ "ทนายพัฒน์ เมียหลวง2026" ที่ระบุว่า สงสัยรอบนี้ได้ทำหน้าที่ “ทนายผัวหลวง” ซึ่งหลังจากที่ทนายพัฒน์ โพสต์ข้อความ มีคนในโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ ผัวหลวงกะมา..เริ่ดค่ะ, ข้างเมรุแม่นบ้อ, ไม่ว่าผัวหรือเมีย ยังไงก็เป็นหลวงค่ะ เริ่ดๆ, คดีข้างเมรุไหมคะ ทนาย ฯลฯ