คลิปไวรัล 12 ล้านวิว พ่อนั่งรถไฟจากนครศรีฯ มาราชบุรี ไม่มีเงินติดตัว เดินเท้าตามหาลูก ได้พลเมืองดีช่วยพาไปส่ง วินาทีเจอหน้า ลูกตะโกนเรียก "พ่อ" โผกอดกันร้องไห้
วันที่ 26 ก.ค. กรณีคลิปไวรัล เฟซบุ๊ก “ชบา แก้ว” สาวพลเมืองดี โพสต์ช่วยเหลือชายเดินเท้าจากสถานีรถไฟราชบุรี เพื่อไปหาลูกชายที่วัดใหม่สี่หมื่น พร้อมเขียนข้อความโพสต์ไว้ว่า “เราเห็นพี่คนนี้เดินมาอยู่พักนึง เลยไปซื้อบะหมี่กับขนมและน้ำให้เขาเลยสงสัยถามว่าพี่เขากำลังจะเดินไปไหน แล้วนี่คือคำตอบของพี่เขาเขานั่งรถไฟจากใต้มาราชบุรี และพยายามเดินเท้าเปล่าจากในสถานีรถไฟไปวัดใหม่สี่หมื่น ที่ดำเนินเพื่อจะตามหาลูกชาย เราเลยอาสาไปส่ง แล้วสิ่งที่เห็นตามคลิปเลย น้ำตาไหล #วัดใหม่สี่หมื่น” โดยคลิปดังกล่าวกลับกลายเป็นที่น่าสนใจของชาวโซเชียลและสื่อต่างๆ ที่นำไปเสนอข่าว ทำให้คลิปดังกล่าวล่าสุดเวลา 03.00 น. มียอดผู้ชมจำนวน 12 ล้านวิว และ มีการแชร์ไปกว่า 4.9 หมื่นครั้ง กดถูกไปกว่า 4.9 แสน ครั้ง
จากการสอบถาม น.ส.ช่อผกา วังเย็น เจ้าของเฟซบุ๊ก เล่าให้ฟังว่า พอดีขับรถกลับมาจากทำงาน เวลาประมาณ 17.30 น. เจอพี่เขาเดินก้มหน้าก้มตา เลยไปแวะถามร้านค้าตรงหน้าบ้านจนทราบว่าพี่เขามาถามทางที่จะไปดำเนิน ซึ่งตอนนั้นตนไม่ได้คิดอะไร คิดว่าเขาเดี๋ยวคงจะมีเพื่อนเขามารับ จนตนออกไปตลาด ขากลับก็ยังเจอเขาเดินอยู่ ด้วยความสงสาร จึงซื้อบะหมี่ ขนม น้ำ ไปให้เขา พร้อมกับถามว่าจะเดินไปไหน เขาก็บอกว่า ไปดำเนิน เราก็ถามว่าทำไมไม่ให้ญาติมารับ เขาว่าไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีเงิน และว่าจะเดินไปเอง ตนจึงถามแฟนว่าเอาไง แล้วก็บอกแฟนว่า เจอเขาเดินมาจากสถานีรถไฟ แฟนเลยบอกอาสา “งั้นเราไปส่งเขา” เราก็ถามว่าเขาจะไปไหน เขาบอกจะไปวัดใหม่สี่หมื่น จะไปตามหาลูก จากนั้นก็ให้ขึ้นท้ายรถ
คุณช่อผกา เล่าต่อว่า ตอนนั้นตนไม่ได้คิดอะไร ลูกสาวเขาแค่ถ่ายเก็บเอาไว้ว่า เราช่วยเหลือเขาจริงๆ ตอนมาถึงที่วัด เขาก็ก้มกราบทั้งน้ำตา ทำเอาตนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แล้วจังหวะที่เขาเจอลูกเขาอีก มันยิ่งทำให้หนูแบบ ร้องไห้หนักเลย คือลูกเขาวิ่งเข้ามากอด บอก “พ่อครับๆ" ตามคลิปเลย ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าจะมีคนสนใจเรื่องราวมากขนาดนี้ เราไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน แค่เราอยากช่วยเหลือ อยากให้เขาได้เจอลูกจริงๆ บางคนคอมเมนต์ว่าเขาอาจจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ คิดว่าถ้าเราให้โอกาสแล้ว เขายังไม่ได้ ก็ต้องปล่อยเขาไป
จากนั้น ผู้สื่อข่าวมีโอกาสคุยกับ นายนันทพงศ์ อายุ 35 ปี ชาวอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ชายในคลิป เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า ตนเดินเท้าข้ามจังหวัดตามหาลูกชายที่วัดใหม่สี่หมื่น ยอมรับจุดเริ่มต้นเกิดจากการมีปัญหากับพ่อเลี้ยง จนไม่สามารถอาศัยอยู่ที่บ้านได้ จึงต้องออกมาหางานทำ โดยไปรับจ้างในไร่สับปะรด แต่ด้วยความที่ขาดการติดต่อและไม่ทราบข่าวคราวของลูกชายที่ห่างกันไปนานเกือบ 5 เดือน พยายามติดต่อหาแม่เขาแต่กลับถูกบล็อกการติดต่อทุกช่องทาง ทำให้เกิดความกังวลใจและตัดสินใจออกตามหาลูกชาย โดยสืบค้นข้อมูลจนทราบว่าลูกชายอยู่ที่ "วัดใหม่สี่หมื่น" จังหวัดราชบุรี
จากนั้นก็เดินทางด้วยเงินติดตัว 50 กว่าบาท นั่งรถไฟจากสถานีปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาลงที่สถานีรถไฟราชบุรี เหลือเงินเพียง 20 กว่าบาท สำหรับซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำประทังชีวิต จากนั้นก็ถามทาง และเดินเท้าไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เช้า ยอมรับว่าเหนื่อย แต่มีความหวังที่จะได้เห็นหน้าลูก จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. ก็พบกับพลเมืองดีให้ความช่วยเหลือพาไปส่งจนถึงวัดวินาทีแรกที่เห็นหน้าลูกรู้สึกดีใจมากจนพูดไม่ออก เพราะก่อนหน้านี้แทบหมดหวัง และไม่รู้จะทำอย่างไร หากมาแล้วไม่พบลูก
นายนันทพงศ์ ยอมรับด้วยว่า อดีตเคยผิดพลาด ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนต้องโทษจำคุก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ครอบครัวมีปัญหาและต้องพรากจากลูก ปัจจุบันได้เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาดและตั้งใจจะกลับตัวเป็นคนดี
อย่างไรก็ตาม เขาตัดสินใจที่จะยังไม่รับลูกกลับไปเลี้ยงดูในตอนนี้ เนื่องจากตนเองยังไม่มีความพร้อมทั้งเรื่องที่อยู่อาศัยและทุนทรัพย์ โดยเชื่อมั่นว่าการให้ลูกอยู่ในการดูแลของหลวงพ่อที่วัดใหม่สี่หมื่น จะทำให้ลูกได้รับการดูแลที่ดี มีระเบียบวินัย ได้รับการศึกษา และมีอนาคตที่สดใสกว่าการไปลำบากกับตนเอง
นายนันทพงศ์ ยังได้ขอบคุณหลวงพ่อวัดใหม่สี่หมื่น ที่เมตตารับอุปการะลูกชาย รวมถึงขอบคุณพลเมืองดีที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ซื้ออาหารให้กิน และพาส่งถึงวัดในยามที่เขาลำบากและมืดมนที่สุด
ด้านพระครูโสภณณ์จันทรังสี เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่นราชบุรี เปิดเผยว่า เด็กชายในคลิป คุณย่าได้นำมาฝากไว้ให้ทางวัดดูแลเมื่อประมาณ 7-8 เดือนก่อนหน้านี้ ในช่วงแรกที่มาถึง น้องมีพัฒนาการที่ค่อนข้างช้า แต่ทางวัดได้ให้การดูแลอย่างดี มีที่หลับที่นอน อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ และได้ส่งเสียให้เรียนหนังสือ จนปัจจุบันน้องมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก ร่าเริงแจ่มใส มีเพื่อนเล่น และมีสุขภาพแข็งแรง
หลวงพ่อเล่าด้วยว่า ตอนที่พ่อของน้องมาถึง และบอกว่าเป็นพ่อน้อง จึงได้ให้คนไปตามเด็กมาตอนแรกน้องยังไม่ทราบว่าใครมาหา แต่ทันทีที่เห็นหน้าพ่อ เด็กชายก็ตะโกนเรียก “พ่อ! พ่อ!” และวิ่งโผเข้ากอดกันร้องไห้โฮ เป็นภาพที่สะเทือนอารมณ์ กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ถือเป็นสายใยความรักความผูกพันที่ยิ่งใหญ่ระหว่างพ่อลูก
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการให้ผู้เป็นพ่อรับลูกกลับไปดูแล หลวงพ่อชี้แจงว่า ในขณะนี้ยังไม่สามารถให้รับกลับไปได้ ด้วยเหตุผล 2 ประการหลัก คือ ความพร้อมของผู้เป็นพ่อ ปัจจุบันพ่อยังไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและยังไม่มีงานทำที่มั่นคง ขั้นตอนการรับรอง เนื่องจากผู้ที่นำเด็กมาฝากไว้กับทางวัดคือ “คุณย่า” ดังนั้นหากจะรับเด็กกลับไป ต้องได้รับความยินยอมและให้คุณย่าเป็นคนมารับเท่านั้น
เบื้องต้น หลวงพ่อเตรียมจะพูดคุยกับผู้เป็นพ่ออย่างเป็นทางการ เพื่อสอบถามถึงแนวทางการใช้ชีวิต การหางานทำ และการตั้งตัว โดยทางวัดไม่ได้กีดกัน ผู้เป็นพ่อสามารถเดินทางมาเยี่ยมหาและใช้เวลาใกล้ชิดกับลูกได้ตลอดเวลา
ทั้งนี้หลวงพ่อได้ฝากข้อคิดถึงสังคมว่า อยากให้สังคมให้โอกาสคนที่เคยเดินทางผิดพลาดและต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ขอให้ทุกคนดูแลครอบครัวให้ดี เพราะไม่มีความรักใดจะยิ่งใหญ่เท่ากับความรักของคนในครอบครัว