ร้านโต๊ะจีนเผย รับงานทำอาหารงานเลี้ยงสำหรับ 30 คน ไม่รู้ล่วงหน้าเป็นห้อง ICU ยันอาหารทั้งหมดปรุงสุกแล้ว นำไปวางให้ตักกินกันเอง มีเด็กของร้านเข้าไปตั้งโต๊ะ จากนั้นออกมารอด้านล่าง
วันที่ 24 ก.ค. 69 จากกรณี พ่อแม่เด็กได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับมูลนิธิปวีณาฯ อ้างว่า โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง จัดเลี้ยงโต๊ะจีน 5 โต๊ะในห้อง ICU เด็ก ซึ่งมีเด็กที่เพิ่งคลอดประมาณ 5 คนรวมอยู่ในห้องนั้น รวมทั้งลูกของพ่อแม่ที่มาร้องทุกข์ ที่เพิ่งผ่าคลอดได้ 5 วัน มีภาวะความดันในปอดสูง และหมอแจ้งว่าปลอดภัยแล้ว แต่ภายหลังโรงพยาบาล ได้จัดเลี้ยงโต๊ะจีนในห้อง ICU ปลอดเชื้อเด็กอ่อน ซึ่งมีพนักงานเสิร์ฟที่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย จากนั้นรุ่งขึ้น ลูกของพ่อแม่คู่นี้เสียชีวิต จึงติดใจสาเหตุการตาย และมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ
ต่อมาทาง รพ.อ่างทอง ตั้งโต๊ะแถลง แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมทั้งยอมรับว่าบุคลากรมีการจัดกิจกรรมทานอาหารในหอผู้ป่วยวิกฤติทารกแรกเกิดจริง โดยพื้นที่ที่รับประทานอาหารอยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่ที่รักษาผู้ป่วย โดยมีม่านพลาสติกใสกั้น พร้อมสั่งตั้งกรรมการสอบตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าของร้านโต๊ะจีน เปิดเผยว่า ทางร้านถูกว่าจ้างให้ไปจัดโต๊ะจีนจริง สำหรับคน 30 คน โดยมีการแจ้งว่าเป็นการจัดเลี้ยง โดยพนักงานเอาอาหารไปให้เท่านั้น คือ ทอดมัน ไก่ทอด ผัดผัก ต้มจืด ยำ อาหารทั้งหมดปรุงสุก ทำสำเร็จหมดแล้ว และผลไม้ อย่างละหนึ่งหม้อ นำไปวางไว้ ทางพยาบาลจะตักกินกันเอง แล้วเด็กโต๊ะจีนก็ลงมารอข้างล่าง เพื่อรอเก็บของกลับ แต่ยอมรับว่ามีเด็กเดินเข้าไปใน ICU จริง เพื่อตั้งโต๊ะ แล้วก็ออกมา แต่ไม่ใช่เป็นโต๊ะจีนแน่นอน เพราะถ้าเป็นโต๊ะจีน ต้องมีอาหาร 8 อย่าง และมีคนเดินเสิร์ฟตลอดเวลา แค่เอาอาหารไปตั้งไว้ มีโต๊ะประมาณ 2-3 โต๊ะ
ทั้งนี้ ปกติแล้ว ทางโรงพยาบาลจะจัดในที่โล่งแจ้ง แต่ในครั้งนี้ ทางร้านเองก็มารู้วันนั้นเหมือนกันว่าต้องเข้าไปจัดในห้องนั้น โดยทางพยาบาลจะเป็นคนเตรียมสถานที่ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ทางโต๊ะจีนมีการไลน์ไปถาม ก็รู้ข้อมูล ณ วันที่จะต้องไปวันนั้นเลย ตอนเห็นสถานที่ครั้งแรก ยอมรับเหมือนกันว่าตกใจ แต่ก็ได้รับอนุญาตจากบุคลากรทางการแพทย์แล้ว จึงคิดว่าทำได้ ซึ่งจุดที่นำอาหารไปเสิร์ฟอยู่ใกล้ทารกที่เสียชีวิตจริง ๆ มีเพียงพลาสติกกั้น
ส่วนช่วงเย็นที่ผ่านมา ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาสองสามีภรรยา ที่สูญเสียลูกที่เพิ่งคลอดได้ 5 วัน และติดใจสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตไปพบ พ.ต.อ.ภาคภูมิพิพัฒน์ พูลศิริโภคา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง รอง ผอ.ศูนย์ เพื่อขอภาพกล้องวงจรปิดบริเวณห้องไอซียู โรงพยาบาลวันเกิดเหตุ เพื่อประกอบข้อเท็จจริง
พ.ต.อ.ภาคภูมิพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนของ สภ.เมืองอ่างทอง และ สภ.สามโก้ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดโดยรอบ พบว่ามีภาพบุคคลเดินเข้าออกบริเวณดังกล่าวจริง รวมถึงมีภาพของบิดาและมารดาผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่สามารถส่งมอบภาพวงจรปิดให้แก่ผู้เสียหายได้ เนื่องจากนิติกรของโรงพยาบาลแจ้งว่า ภาพดังกล่าวสามารถส่งมอบให้เฉพาะพนักงานสอบสวนเท่านั้น หากเผยแพร่หรือส่งต่อให้บุคคลอื่นอาจขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
ส่วนกรณีที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตระบุว่า ได้รับข้อมูลสาเหตุการเสียชีวิตไม่ตรงกันนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำให้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.สามโก้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ด้านพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิตยังคงยืนยันว่า ภายในห้องไอซียูเด็กมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบการติดตั้งกล้องภายในห้องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏชัด ชุดสืบสวนได้เดินทางพร้อมกับพ่อแม่ผู้เสียชีวิตเข้าไปชี้จุดที่อ้างว่าเคยมีการติดตั้งกล้อง หากเคยมีการติดตั้งจริง คาดว่าจะยังคงมีร่องรอยของจุดติดตั้งหรืออุปกรณ์หลงเหลืออยู่
ทั้งนี้ นางปวีณาและผู้สื่อข่าว ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ภายในโรงพยาบาลเพื่อบันทึกภาพ เนื่องจากต้องได้รับอนุญาตจากทางโรงพยาบาลก่อน จึงจะสามารถเข้าพื้นที่ได้