รวมสารพัดปัญหาเรื่องรถ ทำให้ไม่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน คนที่ต้องการยื่นอุทธรณ์ต้องทำอย่างไร คนที่ไม่อุทธรณ์ รอใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40”

วันที่ 20 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเสียงสะท้อนของประชาชน ที่พลาดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากมีข้อมูลระบุว่า ครอบครองรถเกินกำหนด หรือเคยมีเงินในบัญชีเกิน 100,000 บาทบ้าง โดยมีประชาชนไม่น้อยที่บอกว่า รถที่ครอบครองอยู่นั้น บางคันก็กลายเป็นเศษเหล็กใช้งานไม่ได้แล้ว พร้อมกับต้องการให้รัฐช่วยทบทวนสิทธิใหม่ ที่เป็นปัจจุบัน เพราะตอนนี้เดือดร้อน และเป็นผู้ที่มีรายได้น้อยจริงๆ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ขยายอุทธรณ์บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไปจนถึง 20 ก.ย. 69

ล่าสุด นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากเสียงสะท้อนของประชาชน รัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยกระทรวงมหาดไทยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ออกไปจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ 

นอกจากนี้ ยังเตรียมบูรณาการกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อตรวจสอบกรณีที่ประชาชนตกเกณฑ์เพราะถูกแอบอ้างชื่อไปเป็นกรรมการบริหารบริษัท หรือตกเป็นบัญชีม้าในธุรกิจสีเทาโดยไม่รู้ตัว

ตั้งศูนย์ประสานงานรับเรื่องทบทวนสิทธิแบบเบ็ดเสร็จทุกอำเภอ

ขณะที่ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวเสริมว่า กรมการปกครองได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานรับเรื่องทบทวนสิทธิ์แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง และสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทาง อำเภอจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่เพื่อไปรับเรื่องและอำนวยความสะดวกถึงในระดับพื้นที่

...

“คมนาคม” ทำหนังสือถึง “คลัง” ขอให้ช่วยทบทวนหลักเกณฑ์

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้พยายามอำนวยความสะดวกและรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนอย่างเต็มที่ โดยประเด็นที่พบมากที่สุด คือ การถือครองกรรมสิทธิ์รถยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยหลักเกณฑ์ปัจจุบันกำหนดว่า ผู้มีสิทธิจะต้องไม่มีกรรมสิทธิ์รถยนต์ ยกเว้น 4 กรณี ได้แก่ รถจักรยานยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถสามล้อ รถยนต์สี่ล้อรับจ้าง และรถที่ใช้เพื่อการเกษตร ซึ่งสามารถถือครองได้ไม่เกินคนละ 1 คัน

อย่างไรก็ตาม จากการรับเรื่องร้องเรียนพบปัญหาหลัก 4 กรณี ได้แก่ 

1. ประชาชนยังมีชื่อครอบครองรถเก่าที่มีมูลค่าต่ำและไม่ได้ใช้งานมานาน แต่ยังไม่ได้แจ้งยกเลิกทะเบียนออกจากระบบ 
2. รถสูญหายหรือสิ้นสภาพการใช้งานแล้ว 
3. รถที่ขายไปแล้วแต่เป็นการโอนลอย จึงยังไม่มีการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ 
4. กรณีถูกนำชื่อไปสวมสิทธิซื้อรถของผู้อื่น

จากปัญหาดังกล่าว กระทรวงคมนาคมได้ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลังเพื่อขอให้ทบทวนหลักเกณฑ์ โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก สำหรับข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย การไม่นำรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี มานับรวมในการพิจารณาคุณสมบัติ และไม่นำรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี มาเป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติ รวมถึงเสนอปรับหลักเกณฑ์การถือครองรถจักรยานยนต์ จากเดิมที่กำหนดให้ถือครองได้เพียง 1 คัน เป็นให้ผู้ที่มีรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี จำนวนไม่เกิน 2 คัน และยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ สามารถได้รับสิทธิได้

ติดปัญหาเรื่องรถ ไม่ได้บัตรคนจน ต้องทำอย่างไร

กรณีประชาชนที่ถูกตัดสิทธิการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในเรื่องของรถ ต้องทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. หากประชาชนไม่ผ่านคุณสมบัติ และต้องการยื่นทบทวนหรืออุทธรณ์ ให้ประชาชนดำเนินการตามช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด ได้ตั้งแต่วันที่ 17 – 31 กรกฎาคม 2569 ผ่าน 4 ช่องทาง ดังนี้

  • ช่องทางที่ 1 เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th
  • ช่องทางที่ 2 ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
  • ช่องทางที่ 3 ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • ช่องทางที่ 4 ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร (กรุงไทย, ออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส. และ ธ.อิสลาม)

2. ผู้ที่ต้องการตรวจสอบกรรมสิทธิ์สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสำนักงานขนส่งสาขาทั่วประเทศ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างถูกต้องจากระบบฐานข้อมูลกลาง (MDM) หากตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลรถดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จะดำเนินการปรับปรุงข้อมูลหรือดำเนินการทางทะเบียนให้ถูกต้องตามระเบียบต่อไป

  • กรณีรถที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ แต่สิ้นสภาพการใช้งานแล้ว สามารถแจ้งสำนักงานขนส่งจังหวัด ให้ตรวจสอบและจัดทำบันทึกข้อเท็จจริงได้ เช่นเดียวกับกรณีรถที่จอดทิ้งไว้ ไม่ได้ใช้งาน และไม่ได้ต่อทะเบียน ก็สามารถแจ้งให้สำนักงานขนส่งบันทึกข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประกอบการอุทธรณ์ได้

  • กรณีรถที่ขายไปแล้ว แต่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลกับสำนักงานขนส่งจังหวัดได้ หากมีหลักฐานการซื้อขายจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา แต่หากไม่มีหลักฐาน ก็สามารถให้ถ้อยคำและบันทึกข้อเท็จจริงไว้เป็นหลักฐานได้เช่นกัน 

  • ผู้ที่ไม่เคยซื้อรถ แต่ถูกนำชื่อไปสวมสิทธิซื้อรถของผู้อื่น สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อกรมการขนส่งทางบกได้ โดยเจ้าหน้าที่จะรับบันทึกข้อเท็จจริงและดำเนินการตรวจสอบข้อมูลต่อไป

เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระการเดินทางของประชาชน กรมการขนส่งทางบกได้จัดทำแบบฟอร์มร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ประชาชนสามารถยื่นข้อมูลผ่านหน่วยงานในพื้นที่ ก่อนส่งกลับมายังกรมการขนส่งทางบกเพื่อตรวจสอบและใช้ประกอบการอุทธรณ์ พร้อมยืนยันว่า กระทรวงคมนาคมจะพยายามแบ่งเบาภาระของประชาชนให้มากที่สุด และผู้ที่สมควรได้รับสิทธิต้องได้รับสิทธิอย่างแท้จริง

ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยตัวเลขว่า ขณะนี้มีผู้มายื่นขอทบทวนสิทธิแล้วประมาณ 2.9 ล้านราย โดยกว่าร้อยละ 40 ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากการถือครองรถยนต์ ต้องยอมรับว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง หลังจากนี้กระทรวงการคลังก็เร่งรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเข้าสู่คณะกรรมการบัตรประชารัฐ ในการกำหนดเงื่อนไขข้อยกเว้นเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับความเดือดร้อนจริง และเร่งเสนอ ครม. โดยตั้งเป้าให้ประชาชนกลุ่มใหม่ได้รับสิทธิทันภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ 

ทบทวนหลักเกณฑ์สำหรับนักเรียนและนักศึกษา

นอกจากนี้ ยังมีการทบทวนหลักเกณฑ์สำหรับนักเรียนและนักศึกษา โดยเฉพาะผู้เรียนในระบบการศึกษานอกระบบ เช่น กศน. และผู้เรียนอาชีวศึกษานอกระบบ ซึ่งรัฐบาลเห็นว่าเป็นกลุ่มที่เข้าศึกษาเพื่อเพิ่มทักษะและพัฒนาความสามารถในการประกอบอาชีพ จึงมีแนวทางปรับหลักเกณฑ์เพื่อไม่ให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวถูกตัดสิทธิ์เพียงเพราะมีสถานะเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา โดยกระทรวงการคลังจะพิจารณาคุณสมบัติจากองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย ไม่ได้ใช้สถานะเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาเป็นเหตุในการตัดสิทธิเพียงอย่างเดียว

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ เผยว่า กรณีที่มีนักเรียนในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร. บางส่วนไม่ผ่านเกณฑ์การได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น เบื้องต้นมีการยื่นอุทธรณ์เข้ามาแล้ว 4.5 หมื่นราย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการเพื่อพิจารณาปรับหลักเกณฑ์ในส่วนของนักเรียนนักศึกษาที่อยู่ในนอกระบบ ยืนยันกลุ่มบุคคลเหล่านี้ที่มีความยากจน และเข้าข่ายได้รับบัตรสวัสดิการของรัฐ จะไม่ถูกตัดสิทธิแน่นอน

ขณะที่กรณีผู้ที่มีชื่อโผล่ว่ามีรายได้จนถูกตัดสิทธิ เนื่องจากถูกนายจ้างแอบอ้างชื่อไปหักภาษี ณ ที่จ่ายนั้น นายวินิจ ระบุว่า กระทรวงการคลังยินดีรับเรื่องร้องเรียน และจะเร่งดำเนินการติดตามผู้กระทำผิดพร้อมทั้งคืนสิทธิให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนอย่างรวดเร็วที่สุด

ผู้ถูกตัดบัตรคนจน จะได้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” แทน

สำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ แต่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิ“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เดือนละ 1,000 บาททันที 

โดยการกดยืนยันรับสิทธิในแอปเป๋าตัง ตั้งแต่เดือน ส.ค.-ก.ย. 2569  

ซึ่งกระทรวงการคลัง จะนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 21 ก.ค. 2569 นี้ จำนวน 6 ล้านราย เพื่อครอบคลุมจำนวนกลุ่มที่ไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าได้กังวล หากไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะได้สิทธิ“ไทยช่วยไทยพลัส”แทน