กรมคุ้มครองสิทธิฯ ออกแถลงการณ์ หลังสังคมตั้งคำถาม “เหตุใดรัฐนำเงินภาษีมาเยียวยาผู้ประสบภัยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว” ชี้เป็นสิทธิทางกฎหมาย


วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ออกแถลงการณ์ ชี้แจงข้อคิดเห็นต่อสังคม “กรณีเหตุภัยพิบัติเพลิงไหม้ ณ โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว”

โดยระบุว่า สืบเนื่องจาก กรณีเกิดเหตุโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ร้านอาหาร “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ปัจจุบันมียอดผู้เสียชีวิตรวมแล้วถึง 33 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ตามที่เป็นข่าวนั้น

ท่ามกลางความสูญเสียนี้ สังคมได้มีการตั้งคำถามและเกิดข้อถกเถียงว่า “เหตุใดรัฐจึงต้องนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้เยียวยาผู้ประสบภัย”

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ขอเรียนว่า หลักการสำคัญประการแรก เมื่อมีการกระทำผิดและเกิดความเสียหาย ผู้ที่กระทำความผิดต้องเป็นผู้ชดใช้ความเสียหาย จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและชดใช้ความเสียหาย แก่ผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนครอบครัวอย่างเป็นธรรมและเหมาะสมที่สุด โดยไม่มีข้อยกเว้น หลักการที่สอง คือ หลักหน้าที่ของรัฐ โดยรัฐมีหน้าที่จะต้องดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนภายใต้รัฐ รวมทั้งรัฐธรรมนูญได้ระบุว่า บุคคลซึ่งได้รับความเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ หรือจากการกระทำความผิดอาญาของบุคคลอื่น ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาหรือช่วยเหลือจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จึงมีหน้าที่ตามบทบัญญัติของกฎหมายภายใต้ พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของ “เหยื่ออาชญากรรม” ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง

...

  • กรณีเสียชีวิต : จ่ายค่าตอบแทน รายละ 300,000 บาท ให้แก่ทายาทโดยชอบธรรม
  • กรณีบาดเจ็บ : ชดเชยค่ารักษาพยาบาลตามจ่ายจริง ไม่เกิน 80,000 บาท ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ ไม่เกิน 50,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ ตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในจังหวัดที่ทำงาน ไม่เกิน 1 ปี ค่าตอบแทนความเสียหายอื่น ไม่เกิน 100,000 บาท และ ค่าตอบแทนความพิการ ทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ ไม่เกิน 300,000 บาท

สำหรับประชาชนและครอบครัวผู้เสียหาย สามารถขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ได้ที่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดในพื้นที่เกิดเหตุ หรือติดต่อที่ สายด่วนยุติธรรม โทร. 1111 กด 77 (ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)