ดราม่าร้อนโคราช หนุ่มบาร์โฮสต์สวมครุยเนติบัณฑิต ขึ้นเวทีรับดริ๊งก์ ทำสังคมเดือดวิจารณ์ยับ ล่าสุดร้านรีบขอโทษ ยันไม่มีเจตนาแอบอ้าง ดูหมิ่น ด้าน “ทนาย” ชี้อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย


วันที่ 17 ก.ค. 69 ได้มีประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ หลังสถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา ซึ่งเปิดให้บริการในลักษณะบาร์โฮสต์ จัดกิจกรรมนำชายแต่งกายด้วยชุดครุยทนายความ หรือ ครุยเนติบัณฑิต พร้อมติดหมายเลขที่หน้าอก ขึ้นบนเวทีให้ลูกค้าเลือกมอบเครื่องดื่มเป็นกำลังใจ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความเหมาะสม โดยหลายฝ่ายมองว่า เป็นการนำเครื่องแต่งกายอันทรงเกียรติของวิชาชีพทนายความ มาใช้เพื่อความบันเทิงอย่างไม่สมควร

ภายหลังได้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวาง เพจเฟซบุ๊กของร้านดังกล่าว จึงออกแถลงการณ์ขออภัย ระบุว่า “จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางร้านไม่มีเจตนาแอบอ้าง พาดพิง หรือหมิ่นวิชาชีพทนายความแต่อย่างใด หากการกระทำดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจหรือส่งผลกระทบต่อบุคคล คณะบุคคล องค์กร และผู้เกี่ยวข้อง ทางร้านขอน้อมรับและขออภัยเป็นอย่างสูง พร้อมยืนยันว่า จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก”

ขณะที่ “ทนายตั้ม” ชินพันธ์ แสงภักดิ์โยธิน ประธานกรรมการ บริษัท ทนายตั้ม ชินพันธ์ ลอว์ กรุ๊ป จำกัด แสดงความคิดเห็นว่า “กรณีดังกล่าว ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากชุดครุยทนายความเป็นเครื่องแต่งกายที่มีเกียรติและมีความสำคัญในกระบวนการยุติธรรม ผู้ที่มีสิทธิสวมใส่จะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตว่าความตามกฎหมายเท่านั้น  

หากการสวมใส่ชุดครุยทนายความ ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ผู้สวมใส่เป็นทนายความจริง และทำให้ประชาชนหลงเชื่อจนเกิดการเสียทรัพย์หรือเสียประโยชน์ ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงได้ 

...

นอกจากนี้ หากมีการเผยแพร่ภาพหรือคลิปผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ยังอาจต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือไม่ โดยต้องพิจารณาจากเนื้อหา เจตนา และผลกระทบเป็นรายกรณี”

ทนายตั้มฯ ย้ำว่า “ชุดครุยทนายความเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศของผู้ประกอบวิชาชีพในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่เครื่องแต่งกายที่บุคคลทั่วไปที่จะนำมาใช้เพื่อสร้างความสนุกสนานหรือความบันเทิงได้ตามอำเภอใจ พร้อมเห็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด และหากพบว่า มีการกระทำที่เข้าข่ายความผิด ก็ควรดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”.