เปิดช่องทางประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ ผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" ทั้งรายเดิมและกลุ่มตกสำรวจฯ


ภายหลังจากโครงการ ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ได้เปิดให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม และประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ตกหล่น และไม่สามารถเข้าโครงการฯ รอบที่ผ่านมา ได้รับสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเปิดลงทะเบียนไปแล้วตั้งแต่วันที่ 4-21 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

ล่าสุด นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เผยว่า ผลการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ครั้งที่ 8/2569 ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบผลการลงทะเบียนและการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569

เบื้องต้นได้มีการเห็นชอบการเพิ่มกลุ่มเป้าหมาย โดยนำกลุ่มเปราะบางที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้สำรวจพบในระหว่างการลงพื้นที่ลงทะเบียน (วันที่ 4 -21 มิถุนายน 2569) จำนวน 5,383,393 คน เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติตามขั้นตอนต่อไป 

สำหรับการคัดกรองคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 จะไม่มีการนำเกณฑ์คุณสมบัติของบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนกรณีบิดามารดาของผู้มีเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดามาใช้ 

นอกจากนี้ ยังได้นำความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ได้เสนอประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 มาพิจารณาทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติวงเงินสินเชื่อรวม 100,000 บาท โดยจะไม่นับรวมสินเชื่อภาคการเกษตร เนื่องจากสินเชื่อภาคการเกษตรมีลักษณะแตกต่างจากสินเชื่อทั่วไป โดยเป็นสินเชื่อที่ผูกพันตามรอบฤดูกาลเพาะปลูก และในบางกรณีเป็นการเยียวยาบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ จึงอาจไม่สะท้อนถึงความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อหรือฐานะทรัพย์สินของผู้มีเงินได้เช่นเดียวกับสินเชื่อประเภทอื่น 

...

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเสนอให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันที่จะไม่ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 ได้รับสิทธิตามโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เป็นระยะเวลา 2 เดือน (ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 - 30 กันยายน 2569) เนื่องจากผู้ถือบัตรดังกล่าวเป็นผู้ที่ไม่มีสิทธิลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในช่วงการเปิดลงทะเบียน โดยในขั้นตอนต่อไปจะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ก่อนประกาศผลการลงทะเบียนตามกำหนดในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ต่อไป

ช่องทางประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ ผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

สำหรับผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" ทั้งรายเดิมและกลุ่มผู้ตกสำรวจฯ ที่ลงทะเบียนประสงค์จะเข้าร่วมโครงการลงทะเบียน โดยกระทรวงมหาดไทย สามารถเช็กผลการตรวจสอบคุณสมบัติผ่าน 4 ช่องทาง ดังนี้

1. ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"

2. ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"

3. เว็บไซต์หลักของโครงการ คือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

4. หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่

  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)
  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
  • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)

(เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และแต่ละสาขา)

ทั้งนี้ ภายหลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ หากพบว่า "ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ" ตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด และประสงค์จะให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลใหม่อีกครั้ง ผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติสามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบคุณสมบัติได้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ โดยการดำเนินการได้ผ่านช่องทาง

1. เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม "ยื่นขออุทธรณ์ผล" จากระบบได้ทันที)

2. แอปพลิเคชันทางรัฐ และแอปพลิเคชันเป๋าตัง (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม "ยื่นขออุทธรณ์ผล" จากระบบได้ทันที)

3. ดำเนินการอุทธรณ์ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และแต่ละสาขา) โดยขอให้ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์อุทธรณ์ เพื่อที่ธนาคารจะกดปุ่ม "ยื่นขออุทธรณ์ผล".

อ้างอิง https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th