"มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ" แถลงคืบหน้า "โกงสอบท้องถิ่น" ไม่พบข้อสอบรั่ว แต่พบคนนอกแทรกแซงกระบวนการประกาศคะแนน


วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แถลงความคืบหน้าผลตรวจสอบทุจริตข้อสอบท้องถิ่นว่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและร่วมมือกับ ป.ป.ช. และตำรวจอย่างเต็มที่ โดยได้มอบอำนาจให้สำนักทดสอบเป็นผู้ประสานงาน และมีการนำเอกสารสำคัญรวมถึงข้อมูลในห้องมั่นคงไปเก็บรักษาไว้ที่ ป.ป.ช. รวมทั้งข้อมูลของเอกสารทั้งหมด เพื่อความโปร่งใส, และเกิดความกระจ่าง

ส่วนมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทันที อย่างโปร่งใสเป็นธรรมและตรวจสอบได้ เพื่อตรวจสอบบุคลากรภายใน สำนักทดสอบ ซึ่งผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีบางประเด็น มีพฤติกรรม ที่ส่อไปในทางไม่สุจริต โดยจะส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและคิดว่าในการทำงานเราได้ทำงานร่วมกับสถ. เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงหาคนทุจริตในเรื่องนี้

ทางด้าน ผศ.ดร.ฤทธิชัย อ่อนมิ่ง รองอธิการบดีฝ่ายนิติการและกิจการสภามหาวิทยาลัย ในฐานะประธานตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้มีความยากลำบากพอสมควร เพราะเอกสารหลักฐานโดยเฉพาะกระดาษคำตอบตัวจริงและแฟลชไดรฟ์ซึ่งเป็นข้อมูลต้นฉบับนั้น มหาวิทยาลัยได้แสดงเจตนาบริสุทธิ์มอบให้กับ ป.ป.ช. ไปแล้ว รวมถึงเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งผลการสอบข้อเท็จจริง พบประเด็นสำคัญหลายประเด็น ซึ่งได้แบ่งเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่ตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติ การออกข้อสอบ คัดเลือกข้อสอบ และจัดทำข้อสอบต้นฉบับ การพิมพ์ข้อสอบ กระดาษคำตอบ การส่งข้อสอบ และการส่งกระดาษคำตอบไปศูนย์สอบต่างๆ ซึ่งผลสอบข้อเท็จจริงก็ไม่พบความผิดปกติ หรือไม่พบข้อสอบรั่ว   

...

ส่วนการตรวจสอบที่พบความผิดปกติที่อาจนำไปสู่การทุจริต ซึ่งมีอยู่ 3 ประเด็น คือ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า มีความเชื่อมโยงกับบุคคลภายนอกหลายคน และบุคคลภายนอกดังกล่าวแสดงเจตนาที่จะดูแลการจัดทำและพิจารณาผลการสอบเอง โดยการแจ้งมาที่ผู้รับจ้างนั้น ก็คือสำนักทดสอบของมหาวิทยาลัย 

ประเด็นที่สอง เรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับการประกาศผลสอบภาค ก. และภาค ข. รวมทั้งคะแนนภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความสำคัญเพราะเป็นเกณฑ์ในการผ่านไปสอบภาค ค และเมื่อตรวจคะแนนแต่ละส่วนแล้ว มหาวิทยาลัยจะรวบรวมคะแนนใส่แฟลชไดรฟ์ 2 ชุด โดยแฟลชไดรฟ์ทั้งสองอันมีการลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูล หากมีการแก้ไขเมื่อไหร่ก็จะทิ้งร่องรอยให้เห็น

สำหรับชุดแรก ส่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ซึ่งจะนำเอาไปเก็บข้อมูลส่วนสำคัญไว้ หลังจากนั้น สถ. ก็จะนำรายชื่อผู้สอบที่ผ่านภาค ก. ภาค ข. และภาษาอังกฤษไปพิจารณาและส่งผลการพิจารณานั้นมาให้มหาวิทยาลัย และเราก็จะประทับตรามหาวิทยาลัย และส่งกลับไปให้ สถ. และก็จะนำผลการสอบนั้นไปประกาศต่อไป 

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญอีกประเด็นคือการสอบภาค ค. (การสัมภาษณ์) ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งก็ดำเนินการเหมือนกับการสอบภาค ก. และ ภาค ข. คือกระดาษคำตอบ เมื่อตรวจแล้วก็จะบันทึกคะแนนลงแฟลชไดรฟ์ 2 ชุด พร้อม Digital Signature และมีการรับส่งข้อมูลให้ สถ. และมหาวิทยาลัยเพื่อตรวจสอบและประทับตราก่อนประกาศรายชื่อผู้สอบได้และขึ้นบัญชี ในแต่ละตำแหน่งแต่ละเขต ซึ่งข้อมูลที่ได้ก็มีจำนวนเพียงพอในระดับหนึ่งที่จะสามารถสรุปและสามารถรายงานกับอธิการบดีได้ แต่ยังมีประเด็นบางส่วนที่จะต้องเติมเต็มเชื่อมโยงเพื่อให้เกิดความรอบคอบรัดกุม และให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายจึงจะขอตรวจสอบต่อ

เมื่อสอบถามถึงบุคคลภายนอก ทางมหาวิทยาลัยชี้แจงว่า ขั้นตอนการสอบมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน รวมถึงมีกล้องวงจรปิดมอนิเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งยืนยันว่าดำเนินการตามทีโออาร์อย่างชัดเจน และส่วนตัวมองว่าดิจิตอลซิกเนเจอร์ จะสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเข้าไปแก้ไข

ทั้งนี้ ได้มีการสอบปากคำไปแล้ว ซึ่งเป็นบุคลากรของสำนักทดสอบทั้งหมด 2 ปาก อยู่ระหว่างการเตรียมเรียกสอบอีก 3 ปาก ส่วนอีกหนึ่งปากอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจำเป็นต้องเรียกมาสอบหรือไม่

เมื่อถามว่า คนในของสำนักทดสอบเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ทางประธานบอกว่า ในเบื้องต้นเรายังไม่พบว่ามีคนในเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า สถ. ระงับการจ่ายงวดที่ 3 และจะฟ้องร้อง มศว นั้น ผศ.ดร.ประภาภรณ์ ชี้แจงว่า ทางมหาวิทยาลัยก็เคารพกระบวนการการตรวจสอบดังกล่าว และพร้อมให้ข้อมูลประกอบ หากมีการร้องขอมา

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยย้ำเรื่องแฟลชไดรฟ์ ยืนยันว่าเทียบได้แน่นอน ซึ่งแฟลชไดรฟ์ของ มศว อยู่ที่ป.ป.ช. ก็จะเป็นคนเทียบให้ ก็คงจะได้ทราบผล และหากแก้ไขเรารู้ เพราะมันมีดิจิตอลซิกเนเจอร์

ส่วนหน้าที่ของ มศว ที่สำนักทดสอบได้ทำตามทีโออาร์ เรื่องของแฟลชไดรฟ์ที่ส่งตามทีโออาร์อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าจะให้กระจ่างเรื่องนี้ ก็คือดิจิทัลซิกเนเจอร์ ก็จะทราบเลยว่าเกิดการแก้ไขในจุดไหนโดยใครบ้าง โดย มศว ทำหน้าที่ตรวจสอบว่าสำนักทดสอบที่เป็นผู้ไปรับงานนี้ มานั้นดำเนินการถูกต้องหรือไม่

เมื่อถามว่า ถ้าสุดท้ายกระบวนการสิ้นสุดแล้วจะมีกระบวนการทางกฎหมายต่อไปหรือไม่นั้น ทางประธานบอกว่า อันนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของอนาคต

ขณะเดียวกัน ยังถูกสอบถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ ปรากฏชื่อ ผอ.ท่านหนึ่งของ สถ. เป็นผู้สร้างไฟล์โดยอ้างว่าทาง มศว เป็นคนสร้างขึ้นมานั้น ทางประธานฯ ตอบว่า เราได้มีการตรวจสอบในระดับหนึ่ง แต่รายละเอียดเชิงลึก ส่วนตัวต้องสอบถามไปทาง ป.ป.ช. ด้วย เนื่องจากได้ส่งหลักฐานทั้งหมดไปแล้ว โดยเฉพาะดิจิตอลซิกเนเจอร์

ขณะที่อธิการบดี เผยต่อว่า ในการรับงานที่มหาวิทยาลัยมอบอำนาจให้ทำ ต้องมีความรัดกุมมากขึ้น จะต้องมีคณะกรรมการชุดหนึ่ง ไม่ใช่แค่ผู้อำนวยการไปรับงานโดยตรง และการมอบอำนาจคงจะต้องมาดูทีโออาร์ แล้วดูในหลายมิติ เพื่อให้มีการไตร่ตรองในการรับงาน สอดคล้องกับพันธกิจในการบริการวิชาการอย่างแท้จริง ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้บริหารก็รู้สึกเสียใจกับบุคคลที่จะสอบได้ แต่กลับสอบไม่ได้ ต้องทำให้เกิดความกระจ่าง แล้วก็ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย อยากทำงานร่วมกันเพื่อค้นหาความจริง

ทั้งนี้ อธิการบดี กล่าวทิ้งท้ายว่า "หากนายกรัฐมนตรีใจร้อน ก็ต้องไปขอ ป.ป.ช. แล้วนำแฟลชไดรฟ์มาเปิดคู่กันเลย” ก่อนบอกว่า ตนเองก็เห็นใจคนที่ควรจะสอบได้ แล้วคนที่ไปทุจริต ก็ไม่ควรมาทำงาน คนที่สอบไม่ได้มันไม่ถูกต้อง มันน่าจะสั่งการ เพื่อเอาแฟลชไดรฟ์มาชนกัน ว่ามีความต่างยังไงบ้าง.