ตรวจสอบสถานะลงทะเบียน "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ทางเว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th ก่อนประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติวันที่ 17 กรกฎาคม 2569


ภายหลังจากโครงการ ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ได้เปิดให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม และประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ตกหล่น และไม่สามารถเข้าโครงการฯ รอบที่ผ่านมา ได้รับสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเปิดลงทะเบียนไปแล้วตั้งแต่วันที่ 4-21 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

โดยล่าสุด เว็บไซต์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ขึ้นข้อความระบุว่า "กระทรวงการคลังจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิทั้งรายเดิมและกลุ่มผู้ตกสำรวจฯ ที่ลงทะเบียนโดยกระทรวงมหาดไทยในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์โครงการฯ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร"

วิธีตรวจสอบสถานะ "ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569"

1. เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th

2. คลิกเลือกเมนู "ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน"

3. เลือก "ตรวจสอบข้อมูลด้วย Digital ID" หรือ "ตรวจสอบข้อมูลด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน"

4. กรอกรายละเอียดและคลิก "ตรวจสอบข้อมูล"

5. หน้าจอขึ้นแสดงผลการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ

ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้สิทธิสวัสดิการอะไรบ้าง

...

สำหรับสิทธิสวัสดิการยังคงเดิม โดยให้สิทธิประโยชน์ในการบรรเทาภาระค่าครองชีพ ได้แก่ ค่าอุปโภคบริโภค จากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านธงฟ้าฯ) ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้าฯ และร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด จำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน

2. วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด จำนวน 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน

3. วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ จำนวน 750 บาทต่อคนต่อเดือน โดยสามารถใช้โดยสารได้กับระบบขนส่ง 8 ประเภท ได้แก่

  • รถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
  • รถบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)
  • รถไฟฟ้า บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (Bangkok Mass Transit System : BTS) รถไฟฟ้ามหานคร (Metropolitan Rapid Transit : MRT) และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด
  • รถไฟ
  • รถเอกชนร่วม ขสมก. รถเอกชน และส่วนราชการกรุงเทพมหานคร
  • รถเอกชนร่วม บขส. และรถเอกชน
  • รถสองแถวรับจ้าง
  • เรือโดยสารสาธารณะ

ทั้งนี้ โดยไม่จำกัดวงเงินตามประเภทรถ

4. มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า อุดหนุนค่าไฟฟ้าจำนวน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกินวงเงินที่กำหนดผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้มีสิทธิฯ) จะเป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด

5. มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา อุดหนุนค่าน้ำประปา จำนวน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิฯ ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท และจะต้องชำระส่วนที่เกิน 100 บาท ด้วยตนเอง แต่หากผู้มีสิทธิฯ มีการใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิฯ จะเป็นผู้รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมด

ประกาศผลการลงทะเบียนผู้ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐเมื่อไหร่

สำหรับการประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 หลังจากมีการยืนยันตัวตน แต่ถ้ามีการยืนยันตัวตน (กรณีรายใหม่) หลังจากวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะใช้ได้หลังจากวันที่ยืนยันตัวตน

หากเป็นผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) อยู่ในปัจจุบัน และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจะได้รับสิทธิของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทนสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ดังนั้น หากเป็นบุคคลดังกล่าว ขอให้รีบยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเพื่อรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนับแต่วันประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) โดย สิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเริ่มในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 

ทั้งนี้ หากไม่มีการยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะถูกตัดสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เช่นเดียวกัน

ลงทะเบียนไม่ผ่านคุณสมบัติตามเกณฑ์ ต้องทำอย่างไร

ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่

1. ผ่านเว็บไซต์หลักของโครงการ

2. ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ

3. ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร

4. ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

ภายหลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ หากพบว่า "ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ" ตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด และประสงค์จะให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลใหม่อีกครั้ง ผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติสามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบคุณสมบัติได้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่ วันประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ ผ่าน 4 ช่องทางข้างต้น โดยการดำเนินการได้ผ่านช่องทาง

1. เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม "ยื่นขออุทธรณ์ผล" จากระบบได้ทันที)

2. แอปพลิเคชันทางรัฐ และแอปพลิเคชันเป๋าตัง (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม "ยื่นขออุทธรณ์ผล" จากระบบได้ทันที)

3. ดำเนินการอุทธรณ์ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และ แต่ละสาขา) โดยขอให้ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์อุทธรณ์ เพื่อที่ธนาคารจะกดปุ่ม "ยื่นขออุทธรณ์ผล"

ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม สามารถใช้บัตรสวัสดิการต่อได้เลยหรือไม่

ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ไม่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) สามารถใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐต่อเนื่องได้เลย แต่หากเป็นผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ หรือกรณีมอบอำนาจ จะต้องไปทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้สามารถรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยทำได้ 2 รูปแบบ ดังนี้

1. การยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง (เปิดใช้ G-Wallet) เพื่อใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หากผู้ผ่านสิทธิประสงค์จะเลือกใช้สิทธิผ่านช่องทางนี้ จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ตามที่กำหนดให้เรียบร้อยก่อน

2. หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ (17 กรกฎาคม 2569 – 12 มกราคม 2570) ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. (17 กรกฎาคม – 14 ตุลาคม 2569) (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และแต่ละสาขา).

อ้างอิง https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th