Thai PBS เปิดแคมเปญ “Next Station อนาคตกรุงเทพฯ” เปลี่ยนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ให้เป็นพื้นที่ที่คนกรุงทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะมีสิทธิ์เลือกตั้งหรือไม่ ได้ร่วมกำหนดทิศทางเมืองด้วยกัน

สมชัย พุทธจันทรา รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ด้านเนื้อหา กล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ Next Station อนาคตกรุงเทพฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 SCBX NEXT TECH ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

สมชัย พุทธจันทรา รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ด้านเนื้อหา

สมชัย กล่าวว่า ไทยพีบีเอสจะไม่หยุดอยู่แค่การทำหน้าที่รายงานผลการเลือกตั้ง แต่ตั้งใจให้แคมเปญนี้เป็นสปริงบอร์ดให้คนทั้งประเทศได้เห็นว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และการมีระบบประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่น สามารถขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในมิติที่ผู้ว่าฯ กทม. เพียงคนเดียวไม่อาจแก้ไขได้ด้วยตัวเอง เช่น ปัญหาการจราจร ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานราชการอื่นๆ ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล

“ปัญหาสายไฟระโยงระยาง กทม. ไม่สามารถจัดการอะไรได้มากนัก เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของการไฟฟ้านครหลวง หรือปัญหารถติด กทม. ก็ขับเคลื่อนได้ไม่เต็มศักยภาพ เพราะไปเกี่ยวโยงกับระบบงานจราจร ตำรวจ ดังนั้น ทุกภาคส่วนประชาชน พลเมือง ทั้งที่คนกรุงเทพฯ หรือคนต่างจังหวัดที่อยู่ในกรุงเทพฯ มาช่วยกันออกแบบ ขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง”

สมชัยยังกล่าวถึงสิ่งที่ไทยพีบีเอสถอดบทเรียนมาพัฒนาต่อในแคมเปญครั้งนี้ว่า จุดเด่นที่เห็นได้ชัดใน Bangkok Active Election คือการทำงานผ่านแนวคิด With Data โดยนำข้อมูลที่รวบรวมไว้ในเว็บไซต์ Policy Watch มาแปลงเป็นอินโฟกราฟิก และไฮไลต์ พร้อมขยายการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันให้กรุงเทพฯ ก้าวไปสู่ Next Station ที่ดีขึ้น

สถานีประชาชน มองผ่านเลนส์ “3 มหา”

ไทยพีบีเอสชวนประชาชนมองกรุงเทพฯ ผ่านเลนส์ "3 มหา"

หัวใจสำคัญของแคมเปญ Next Station คือการชวนประชาชนมองกรุงเทพฯ ผ่านเลนส์ที่ไทยพีบีเอสตั้งชื่อว่า “3 มหา”  ได้แก่ มหาชน ซึ่งเป็นการกล่าวถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำ และโอกาสที่ไม่เท่าเทียมในทุกช่วงวัยของคนเมือง, มหาภัย จากวิกฤตฝุ่น PM 2.5 และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ยังแก้ไม่จบ และสุดท้ายมหาสมุทร อันเป็นความเสี่ยงจากการทรุดตัวของแผ่นดิน โดยกรุงเทพฯ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ยเพียง 1.5 เมตร และทรุดลงราว 30 มิลลิเมตรต่อปี รวมถึงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่ยังไม่มีทางออกที่ยั่งยืน

เนื้อหาเหล่านี้จะถูกนำเสนอผ่านรายการสถานีประชาชนสัญจร ที่จะออกลงพื้นที่จริงตลอด 8 เวที เพื่อรับฟังเสียงจากประชาชนในชุมชนต่างๆ ทั้งในพื้นที่ริมคลอง ย่านที่กำลังเปลี่ยนแปลง และพื้นที่ชายขอบที่มักถูกมองข้ามในการพัฒนาเมือง

Thai PBS Election Hub ไม่ใช่แค่ข่าวการเมือง

กนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส

กนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส ได้นำเสนอแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการเลือกตั้งภายใต้ชื่อ Thai PBS Election Hub ซึ่งรวมเนื้อหาจากหลายกองบรรณาธิการเข้าไว้ด้วยกัน ทั้ง Thai PBS News, Thai PBS Verify, Thai PBS The Active, Thai PBS Locals, Thai PBS World และ Policy Watch

“เราไม่ได้มองการเลือกตั้งเป็นแค่ข่าวการเมือง แต่นำเสนอครบทุกมิติให้กับกลุ่มคอนเทนต์ต่างๆ” 

ทั้งนี้ ฟีเจอร์เด่นในเว็บไซต์ thaipbs.or.th/BKKElection69 ประกอบด้วย

  • Data Experience - รวบรวมข้อมูลของผู้สมัครทั้ง 50 เขต และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พร้อม Data Visualization ที่เข้าใจง่าย รวมถึงการ Track งบประมาณย้อนหลัง
  • 1 Minute Vertical Highlights - นำเสนอคลิปสั้นภายใน 1 นาที ให้ผู้ชมสามารถติดตามได้ง่ายในทุกแพลตฟอร์ม
  • Interactive AI รีวิวกรุงเทพฯ - ชวนผู้ชมสะท้อนเสียงผ่าน AI ว่าอยู่ในพื้นที่ใด และอยากเห็นเมืองแบบไหน พร้อมแสดงผลสำรวจแบบเรียลไทม์ในระดับเขต
  • One Word - ให้ผู้ชมตอบด้วยคำหนึ่งคำที่อยากเห็นในอนาคตของกรุงเทพฯ เพื่อรวบรวมพลังเสียงประชาชน
  • Accessibility for All - รองรับผู้สูงอายุ และผู้พิการ สอดคล้องกับพันธกิจสื่อสาธารณะในการเข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียม
  • Bangkok Election 69 ภาคภาษาอังกฤษ - ครอบคลุมการรายงาน วิเคราะห์ Roundtable Discussion และไลฟ์รายงานคะแนนแบบเรียลไทม์

เสียงเป็นของทุกคน ไม่ใช่แค่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

หนึ่งในเครื่องมือที่ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการเลือกตั้งครั้งนี้คือ Election Tracking Poll ซึ่งกนกพร อธิบายว่า Tracking Poll ไม่ได้มีหน้าที่เพียงวัดคะแนนนิยมของผู้สมัคร แต่ทำหน้าที่สะท้อนความต้องการของคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ละเขต แต่ละพื้นที่ และคนแต่ละช่วงวัย รวมถึงกลุ่มที่ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนในวันเลือกตั้ง เช่น ประชากรแฝง แรงงานข้ามจังหวัด และกลุ่มคนชายขอบ

ทั้งนี้ การสำรวจใช้ 9 คำถาม มีการถ่วงน้ำหนัก เพื่อสะท้อนสัดส่วนประชากรไทยจริง วิเคราะห์ด้วยภาษา และความหมายเป็นกลาง ไม่ชี้นำ และเผยแพร่ผ่านทุกช่องทางเพื่อให้คนเมืองทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้

เมืองที่ “มาได้ไกล ยังไปได้อีก”

กรุงเทพมหานคร มหานครที่ยังโตได้กว่านี้

ภายในงานยังมีการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกรุงเทพฯ ในหัวข้อ BANGKOK ACTIVE with Data ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง The Active ของไทยพีบีเอส กับ ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) และ WeVis (We Visualize Data for Democracy) ภายใต้แนวคิด กรุงเทพฯ มาได้ไกล ยังไปได้อีก

อดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ รองผู้อำนวยการ UddC นำเสนอข้อมูลพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 2.95 ตารางเมตรต่อคนในยุคผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ มาสู่ 7.70 ตารางเมตรต่อคนในยุคผู้ว่าฯ ชัชชาติ โดยมีเป้าหมายปี 2569 อยู่ที่ 8.2 ตารางเมตรต่อคน แต่ในขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นว่า “เขียวไกล” ยังเป็นปัญหา เพราะค่าเฉลี่ยการเข้าถึงสวนสาธารณะที่ใกล้ที่สุดของคนกรุงเทพฯ ยังอยู่ที่ 4.5 กิโลเมตร หรือเดินทางถึง 60 นาที

อดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ รองผู้อำนวยการ UddC

อดิศักดิ์ยังนำเสนอว่า พื้นที่ถนนในกรุงเทพฯ ถึง 45 เปอร์เซ็นต์เป็น “ซอยตัน” ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินทางที่เชื่อมต่อกัน และเสนอทิศทางที่กรุงเทพฯ ต้องก้าวต่อไป คือการเชื่อม First/Last Mile Connection, การเปิดข้อมูล Open & Predictive Data และการกระจายอำนาจสู่ระดับย่าน พร้อมกับสิ่งที่ควรทิ้งไว้ข้างหลัง ได้แก่ ยุค Car-Centric City และโครงสร้างพื้นฐานแบบแยกส่วน เป็นต้น

ธนิสรา เรืองเดช ซีอีโอของ WeVis

ธนิสรา เรืองเดช ผู้ร่วมก่อตั้ง WeVis ได้นำเสนอโปรเจกต์ “ส่องสนาม ส.ก.” ที่รวบรวมข้อมูลสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งเดิมเข้าถึงได้ยาก บางส่วนไม่เปิดเผย บางส่วนเป็นเอกสารสแกน นำมาสร้างเป็น Dashboard ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่า ส.ก. แต่ละคนพูดถึงเรื่องใดในสภา ประเด็นไหนที่ถูกพูดถึงมากที่สุด และปัญหาของคนแต่ละกลุ่มได้รับความสนใจเพียงพอหรือไม่ ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา

Bangkok Active Election 2026 เปิดพื้นที่สาธารณะที่สวนลุมพินี

ปิดท้ายด้วยกิจกรรม Bangkok Active Election 2026 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 19–21 มิถุนายนนี้ ที่สวนลุมพินี ซึ่งณาตยา แวววีรคุปต์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ ไทยพีบีเอส ระบุว่า งานนี้ไม่ได้เป็นแค่อีเวนต์ทั่วๆ ไป แต่มันคือการเปิดพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้จริง

ไฮไลต์ภายในงาน ที่น่าสนใจอยู่ที่ Policy Market พื้นที่นำเสนอนโยบายจากภาคประชาสังคม, Active City Vision in the Park เวทีสะท้อนภาพอนาคตของเมืองที่ทุกคนอยากเห็น, Bangkok Open Mic เวทีเปิดให้ประชาชนส่งเสียง, การลองสวมบทบาทผู้ว่าฯ และ ส.ก. ว่าจะมีนโยบายอย่างไรผ่านบอร์ดเกม, Coffee Truck–Coffee Talks รวมถึงการถ่ายทอดสด Aerobic Live จากสวนลุมพินี ผ่านแพลตฟอร์มของไทยพีบีเอสเป็นครั้งแรก

นอกจากนี้ยังมีเวที Bangkok Active Networking ซึ่งรวมตัวแทนจากภาคีหลายองค์กร เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองจากภาคประชาสังคม นักพัฒนาสังคม นักออกแบบเมือง และคอนเทนต์ ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ในแนวคิดที่ว่ากรุงเทพฯ ควรเป็นเมืองที่ใครก็คุยกันได้ ไม่ว่าจะมีสิทธิ์เลือกตั้งหรือไม่

ติดตามความเคลื่อนไหว ข้อมูลเจาะลึก และการรายงานผลการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ทั้งหมดได้ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และทางเว็บไซต์ www.thaipbs.or.th/BKKElection69