แพทยสภา เตือนสถานการณ์ "ไวรัสอีโบลา" หลังพบการระบาดในคองโก-ยูกันดา แนะเฝ้าระวัง-คัดกรองเข้ม ผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง สังเกตอาการ 21 วัน หากพบคนมีอาการสงสัยเข้าข่าย ให้แจ้งกรมควบคุมโรคทันที

เพจเฟซบุ๊ก แพทยสภา ออกประกาศร่วมสื่อสารความเสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา แนะเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาด โดยระบุว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา ในภูมิภาคแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันออกจากเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ซึ่งก่อโรครุนแรงและมีอัตราป่วยตายสูง และยังประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ โรคนี้เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 9 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ปี พุทธศักราช 2559 และกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศ กำหนดให้สาธารณรัฐสองแห่งดังกล่าวเป็นเขตโรคติดต่ออันตราย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่ออันตรายที่สามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง เลือด หรือสิ่งปนเปื้อนจากผู้ป่วย โดยผู้ติดเชื้อมักมีอาการไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ เจ็บคอ อาเจียน ท้องเสีย และในบางรายอาจมีภาวะเลือดออกผิดปกติ

ผู้ที่เดินทางกลับจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก สาธารณรัฐยูกันดา หรือพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคอีโบลา หากภายใน 21 วัน มีอาการไข้ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ เจ็บคอ อาเจียน ท้องเสีย หรือมีเลือดออกผิดปกติ ขอให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางทันที

สำหรับสถานพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้เฝ้าระวังคัดกรองผู้ที่มีประวัติเดินทางจากพื้นที่เสี่ยงอย่างเข้มงวด รวมถึงติดตามอาการเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 21 วัน และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขในการติดตามผู้สัมผัสและควบคุมโรค

...

ทั้งนี้ หากพบบุคคลที่มีอาการสงสัยเข้าข่ายโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ขอให้แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อทันที หรือภายใน 3 ชั่วโมงนับแต่พบผู้ป่วย โดยสามารถติดต่อ กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค โทรศัพท์ 0 2590 3810

การรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง การเฝ้าระวังตนเอง และการแจ้งเหตุอย่างรวดเร็ว จะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคและสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคมโดยรวม



ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก แพทยสภา