เปรียบเทียบคุณสมบัติ ผู้มีสิทธิลงทะเบียน "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ปี 2565 vs 2569 แตกต่างกันอย่างไรบ้าง
ภายหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยการดำเนินโครงการดังกล่าว ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติตรงตามกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ขณะที่ คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ดำเนินการสำรวจผู้ที่มีคุณสมบัติและยังไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของ มท. เพื่อนำมาตรวจสอบตามคุณสมบัติใหม่ข้างต้นด้วย
ขั้นตอนการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
1. ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน ต้องทำการลงทะเบียนยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ทุกราย โดยสามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่
- แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
- แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"
- เว็บไซต์ของโครงการ: https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
- เครื่อง ATM ของบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)
- หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง : ธนาคารกรุงไทยฯ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
2. กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา จะดำเนินการสำรวจผู้ตกหล่นตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และลงทะเบียนข้อมูล ผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของ มท. โดยเจ้าหน้าที่ของ มท. กทม. และเมืองพัทยา จะอำนวยความสะดวกในการรับลงทะเบียนในพื้นที่โดยตรง
...
3. การประกาศผลผู้ลงทะเบียนจะมีในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง พร้อมทั้งเปิดให้ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ แต่ยังไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน เข้าไปยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง และสามารถใช้สิทธิสวัสดิการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
เปรียบเทียบคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 VS ปี 2569
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 (เดิม)
1. มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
2. กลุ่มต้องห้าม 4 กลุ่มเดิม
- นักบวช
- ผู้ต้องขัง
- ผู้อยู่ในสถานสงเคราะห์
- ข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ (ยกเว้นรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท ต่อปี) ผู้รับบำเหน็จ บำนาญ เบี้ยหวัด ข้าราชการการเมือง สส. สว.
3. รายได้ : รายได้เฉลี่ยของครอบครัวไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี
4. ทรัพย์สินทางการเงิน : ทรัพย์สินทางการเงินเฉลี่ยของครอบครัวไม่เกิน 100,000 บาท/คน
5. อสังหาริมทรัพย์ : เกษตรกรไม่เกิน 10 ไร่ (รวมครอบครัวไม่เกิน 20 ไร่) ทั่วไปไม่เกิน 1 ไร่ (รวมครอบครัวไม่เกิน 2 ไร่)
6. บัตรเครดิต : ไม่มีบัตรเครดิต
7. หนี้สิน : สินเชื่อบ้านน้อยกว่า 1.5 ล้านบาท, สินเชื่อรถ น้อยกว่า 1 ล้านบาท
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 (ใหม่)
1. มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
2. กลุ่มต้องห้าม 4 กลุ่มเดิม + 5 กลุ่มใหม่
- นักบวช
- ผู้ต้องขัง
- ผู้อยู่ในสถานสงเคราะห์
- ข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ (ยกเว้นรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท ต่อปี) ผู้รับบำเหน็จ บำนาญ เบี้ยหวัด ข้าราชการการเมือง สส. สว.
- นักเรียน / นักศึกษา
- ผู้ถือหุ้น / กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
- ผู้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญและชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
- ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
3. รายได้ (รายบุคคล) : มีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
4. ทรัพย์สินทางการเงิน (รายบุคคล) : เงินฝาก / สลาก รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
5. อสังหาริมทรัพย์+ตรวจรถยนต์ : ตามเกณฑ์ส่วนบุคคลเดิม เพิ่มไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ ยกเว้นรถจักรยานยนต์ รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง และรถใช้งานเกษตรกรรม
6. บัตรเครดิต : ไม่มีบัตรเครดิต
7. หนี้สิน : วงเงินสินเชื่อรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท
อย่างไรก็ตาม สรุป "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569" เน้นพิจารณารายบุคคล ตรวจสอบข้อมูลการเงินและทรัพย์สินละเอียดขึ้น เพื่อให้สวัสดิการถึงมือผู้ที่มีรายได้น้อยตัวจริง.