วันแรกคึกคักมาก ประชาชนใช้จ่าย "ไทยช่วยไทยพลัส" จำนวน 13.89 ล้านครั้ง พร้อมย้ำไม่อนุญาตให้ร้านค้าทอนเงินสด หากผิดวัตถุประสงค์ จะถูกระงับสิทธิในโครงการฯ
วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เผยว่า ตามที่ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) (โครงการฯ) ระหว่างวันที่ 25 - 29 พฤษภาคม 2569 โดยมีผู้ได้รับสิทธิจำนวน 26,040,623 ราย นั้น
สำหรับวันแรกของการใช้จ่าย คือวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569 มีประชาชนให้ความสนใจใช้จ่ายผ่านโครงการฯ เป็นจำนวนมาก สรุปยอดใช้จ่ายในวันดังกล่าวระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 2,039.74 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายจำนวน 855.64 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่ายจำนวน 1,184.10 ล้านบาท และมีผู้ใช้จ่ายผ่านโครงการฯ แล้วกว่า 8.72 ล้านราย จำนวนครั้งที่ใช้จ่ายกว่า 13.89 ล้านครั้ง กับร้านค้า 6.6 แสนร้านค้า สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 15.00 น. มียอดใช้จ่ายในโครงการฯ แล้วกว่า 2,870.83 ล้านบาท
ในส่วนของการใช้จ่ายตามโครงการฯ ประชาชนสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 - 23.00 น. ผ่าน G-Wallet (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ) ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยจะต้องเติมเงินเข้า G-Wallet ให้เรียบร้อย เพื่อใช้เป็นเงินส่วนของประชาชนสำหรับสแกนใช้จ่ายในโครงการฯ ร่วมกับเงินของรัฐ
สำหรับการใช้สิทธิแต่ละครั้ง ร้านค้าหรือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องกรอกมูลค่าสินค้าหรือบริการตามจริง เพื่อสร้าง QR code รับเงินให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิสแกนจ่าย โดยระบบของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” จะแสดงยอดเงินส่วนที่ประชาชนจ่ายเอง และส่วนที่รัฐร่วมจ่าย รวมถึงแสดงสิทธิรัฐร่วมจ่ายคงเหลือในวันและเดือนนั้น
...
ทั้งนี้ ประชาชนไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายให้เต็มสิทธิที่รัฐร่วมจ่าย 200 บาทในแต่ละวัน สามารถทยอยใช้จ่ายได้ แต่ควรใช้จ่ายให้เต็มสิทธิที่รัฐร่วมจ่าย 1,000 บาท ในแต่ละเดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน 2569 (4 เดือน) เนื่องจากกรณีมีวงเงินสิทธิเหลือในเดือนใด จะไม่ทบสิทธิไปในเดือนถัดไป
สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ นอกเหนือจากร้านขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปแล้ว ประชาชนยังสามารถใช้สิทธิในโครงการฯ กับผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ตลอดจนผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ รถร่วมบริการที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสารสาธารณะ ที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การสแกนจ่ายเงินผ่านโครงการฯ จะต้องมีการซื้อสินค้า/บริการจริงตามมูลค่าที่สแกนจ่าย ไม่อนุญาตให้ร้านค้าทอนเงินสด หรือรับแลกสินค้า/บริการคืนเป็นเงินสด ไม่ว่ากรณีใด เนื่องจากผิดวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ซึ่งจะถูกระงับสิทธิในโครงการฯ และรัฐจะดำเนินการในการเรียกเงินในส่วนที่รัฐร่วมจ่ายคืนต่อไป จึงขอความร่วมมือให้ร่วมกันใช้จ่ายตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของโครงการฯ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการลดค่าครองชีพ ดูแลเศรษฐกิจ และฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน.