เปิดไทม์ไลน์ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ปี 2569 เตรียมลงทะเบียน 4 มิถุนายน 2569 นี้ เช็กคุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน ตรวจสอบเงื่อนรอบใหม่ ใครบ้างอดรับสิทธิ
จากกรณีที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ การลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยการดำเนินโครงการดังกล่าว ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติตรงตามกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
พร้อมกันนี้ คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย(มท.) กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ดำเนินการสำรวจผู้ที่มีคุณสมบัติและยังไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของ มท. เพื่อนำมาตรวจสอบตามคุณสมบัติใหม่ข้างต้นด้วย โดยมีระยะเวลาการดำเนินโครงการดังนี้
ไทม์ไลน์โครงการ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569"
4 มิถุนายน - 21 มิถุนายน 2569 : ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ
กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (รายเดิม) ลงทะเบียนยืนยันสิทธิผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง
- แอปพลิเคชันทางรัฐ
- เว็บไซต์ของโครงการ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
- เครื่อง ATM ของบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)
- หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทยฯ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
...
กลุ่มตกหล่นตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ผ่าน มธ.
กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา จะดำเนินการสำรวจผู้ตกหล่นตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และลงทะเบียนข้อมูล ผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของ มท. โดยเจ้าหน้าที่ของ มท. กทม. และเมืองพัทยา จะอำนวยความสะดวกในการรับลงทะเบียนในพื้นที่โดยตรง
17 มิถุนายน 2569 : ประกาศผลการลงทะเบียน
- ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์โครงการฯ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง
- พร้อมทั้งเปิดให้ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ แต่ยังไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน เข้าไปยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง และสามารถใช้สิทธิสวัสดิการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
1 สิงหาคม 2569 : เริ่มใช้สิทธิครั้งแรก
- สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติสามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบผ่านช่องทางแอปฯ เป๋าตัง และแอปทางรัฐ เว็บไซต์โครงการฯ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569
- โดยจะต้องไปแก้ไขข้อมูลที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่หน่วยตรวจสอบคุณสมบัติตามที่ได้รับแจ้งให้ครบทุกเกณฑ์ภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 และกระทรวงการคลังจะประกาศผลการอุทธรณ์ดังกล่าวในวันที่ 14 กันยายน 2569
- ซึ่งผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์ สามารถยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่มีการประกาศผล และใช้สิทธิสวัสดิการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
เช็กคุณสมบัติ "ผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569"
1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
2. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
3. มีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
4. ไม่มีบัตรเครดิต
5. ไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทเกิน 100,000 บาท
6. ไม่มีเงินฝาก สลาก รวมกันเกิน 100,000 บาทต่อปี
7. ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไปนี้
- ห้องชุดรวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร
- บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
- กรณีเป็นเกษตรกร ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่
- กรณีไม่ได้เป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่
8. ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ยกเว้น รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน
“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569” ใครบ้างอดรับสิทธิ
สำหรับบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569” มีดังนี้
1. ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
2. ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง
3. บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ นักเรียน นักศึกษา
4. นักเรียน นักศึกษา
5. บุคคลดังต่อไปนี้
- ข้าราชการ
- พนักงานราชการ
- พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง เว้นแต่บุคคลดังกล่าวได้รับค่าตอบแทนไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (รอบปีปฏิทิน)
- ผู้รับบำเหน็จรายเดือน
- ผู้รับบำนาญปกติหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ
6. ข้าราชการการเมืองตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535
7. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา
8. หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และผู้ถือหุ้น หรือกรรมการ ในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ตามฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบได้ ด้วยเลขประจำตัวประชาชนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
9. ผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือที่เก็บรักษาไว้กับ นายทะเบียนหลักทรัพย์ตามฐานข้อมูลของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
10. ผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ (บัญชีถือครองตราสารหนี้) ตามฐานข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
11. ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญที่ได้มีการชำระเบี้ยประกันภัยแล้วตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
12. บิดามารดาของผู้มีเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับ ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
13. บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้มีเงินได้บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสของผู้มีเงินได้ หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ (บุตรฯ) ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมิน สำหรับบุตรฯ
14. คู่สมรสของผู้มีเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับคู่สมรส