สรุปจบ คดี "อาจารย์หมอต้น" รศ.นพ.ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจิตอาสา ถูกต่างชาติเสพยาขี่รถ จยย. ชนแล้วหนีที่เกาะพะงัน บาดเจ็บสาหัส โซเชียลแห่ส่งกำลังใจ หวังอาการคุณหมอดีขึ้นในเร็ววัน

กำลังเป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึงและสร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมาก สำหรับอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนคนแล้วหนี ที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 

ซึ่งส่งผลให้ "อาจารย์ต้น" รศ.นพ.ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ อาจารย์แพทย์จิตอาสาผู้เสียสละ ต้องบาดเจ็บสาหัส ขณะที่เจ้าของรถคู่กรณี เป็นชาวต่างชาติ ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ตรวจฉี่พบสารเสพติดชนิดโคเคนในร่างกาย โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ไทยรัฐสรุปให้เป็นไทม์ไลน์เหตุการณ์ ดังนี้

อุบัติเหตุรถ จยย. ชนคนบน "เกาะพะงัน" คนขับหนีหาย

  • เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2569 เวลาประมาณ 21.21 น. ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ มีรถ จยย. เฉี่ยวชนคนเดินเท้า บริเวณถนนสายโรงพยาบาลเกาะพะงัน - ท้องศาลา ในพื้นที่ ม.1 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี
  • เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ไม่พบคู่กรณี ส่วนคนเดินเท้าที่ถูกเฉี่ยวชนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ทราบต่อมาคือ รศ.นพ.ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ หรือ "อาจารย์ต้น" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบการหายใจ และเวชบำบัดวิกฤต ซึ่งมักจะลงพื้นที่ดูแลคนไข้อายุรกรรมทางเดินหายใจปอด ทั้งเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะข้างเคียง
  • ต่อมาโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข่าว เพื่อตามหาคลิปวงจรปิด หรือกล้องหน้ารถช่วงเกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานตามหาตัวคนก่อเหตุที่หลบหนี ขณะที่อาจารย์ต้น แพทย์ยังต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากด้วยบาดเจ็บทางศีรษะอย่างรุนแรง

จับกุมชายต่างชาติผู้ก่อเหตุ ตรวจพบ "สารโคเคน" ในร่างกาย

...

  • ตำรวจไล่เช็กกล้องวงจรปิด จนทราบตัวคนขับที่หลบหนีไป คือ นายวิลคอค ดันแคน (Mr.Wilcock Duncan ) อายุ 51 ปี สัญชาติอังกฤษ
  • นำไปสู่การติดตามจับกุมที่บริเวณเรือนำเที่ยว จอดเทียบอยู่แถวท่าเรือวกตุ่ม ม.4 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี
  • ตรวจพบมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย เจ้าตัวยอมรับว่าได้ขับขี่ จยย. เฉี่ยวชนคนจริง 
  • เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว "นายวิลคอค" ส่งตรวจเลือด วัดค่าแอลกอฮอล์ และตรวจปัสสาวะที่โรงพยาบาล พบสารเสพติดชนิด "โคเคน"
  • พร้อมแจ้งข้อหาหนัก ขับรถประมาททำผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส, ชนแล้วหนี, ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต และเสพยาเสพติดประเภท 1
  • ด้าน ผบช.ภ.8 สั่งกำชับดำเนินคดีตรงไปตรงมาและเด็ดขาด พร้อมขยายผล ตรวจสอบไปถึงธุรกิจเรือนำเที่ยวที่ผู้ต้องหาไปกบดาน ว่าผิดกฎหมายในคราบนอมินี หรือมีชาวต่างชาติผู้มีอิทธิพลหนุนหลังอยู่หรือไม่

ภารกิจเคลื่อนย้าย "อาจารย์หมอ" นำส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดี

  • วันที่ 25 พ.ค. 69 เวลา 14.30 น. นักบินกองบินตำรวจ นำอากาศยาน Fixed wing aircraft รุ่น King Air นำทีมแพทย์ Sky Doctor ไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรับตัว "อาจารย์ต้น" ส่งรักษาต่ออย่างเร่งด่วนที่โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • เนื่องจากอาการ "อาจารย์ต้น" ยังอยู่ในขั้นวิกฤต และจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดสมองโดยแพทย์เฉพาะทางขั้นสูง
  • โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัว "อาจารย์ต้น" ขึ้นรถเคลื่อนย้ายจากโรงพยาบาลกรุงเทพสมุย ก่อนจะทำการเปลี่ยนถ่ายขึ้นเครื่องบินของกองบินตำรวจ ที่จอดสแตนด์บายรอรับภายในสนามบินสมุย เพื่อบินมุ่งหน้าสู่ กทม. ทันที โดยมีทีมแพทย์และพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการเดินทาง
  • ล่าสุดวันที่ 26 พ.ค. 69 มีรายงานว่า เบื้องต้น "อาจารย์ต้น" ยังอาการหนัก อยู่ระหว่างรักษาตัวในห้อง ICU โรงพยาบาลรามาฯ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมด ต้องรอทีมแพทย์ผู้รักษาเป็นผู้ชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

โซเชียลแห่ส่งกำลังใจ ขอให้ "อาจารย์หมอต้น" อาการดีขึ้น หายป่วยในเร็ววัน

เรื่องราวที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนให้กับบรรดาคนไข้ และเพื่อนร่วมงานที่รู้จักอาจารย์ต้น เป็นอย่างมาก เพื่อหนึ่งในแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของไทย เป็นอาจารย์แพทย์สาขาวิชาโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โดยมีประวัติการศึกษา ดังนี้

- แพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) : คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

- วุฒิบัตรสาขาอายุรศาสตร์ : คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

- วุฒิบัตรอนุสาขาโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤต : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

  • โดยทางโลกออนไลน์ต่างก็ส่งกำลังใจให้ทางครอบครัว และอาจารย์หมอต้น ขอให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น มีอาการดีขึ้นตามลำดับ และสามารถฟื้นฟูร่างกายให้กลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ในเร็ววัน
  • ขณะที่หลายคนก็ได้เผยเรื่องราวประทับใจว่า "อาจารย์ต้น" คือแพทย์ผู้ทุ่มเท มุ่งมั่นตั้งใจทำหน้าที่ให้กับงานสอน และวิจัย ในขณะเดียวกันก็ลงพื้นที่ช่วยดูแลผู้คนบนเกาะพะงันด้วยจิตอาสา 
  • ต่างก็หวังคุณงามความดีของคุณหมอตลอดชีวิต ที่เคยช่วยผู้ป่วยมานับไม่ถ้วน จะดลบันดาลให้ผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตนี้ไปได้ และกลับมาฟื้นตัวและดีขึ้นตามลำดับ


ขอบคุณภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก Vimut Hospital