อัปเดตล่าสุด "ไทยช่วยไทยพลัส" เงื่อนไขลงทะเบียนร้านค้า สมัครเข้าโครงการได้ที่ไหน สินค้าและบริการประเภทไหนบ้างที่เข้าร่วมโครงการ
โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส โครงการในรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อช่วยเหลือประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชนรวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยภาครัฐให้การสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ให้แก่ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพื่อนำไปใช้จ่ายกับผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
ไทยช่วยไทยพลัส สมัครร้านค้าได้ที่ไหน
การลงทะเบียนสำหรับร้านค้าในโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส นั้น สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ ที่จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 31 ก.ค. 2569
คุณสมบัติร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส
1. เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการร้านค้าฯ) ดังนี้
- ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ
- ร้านค้าธงฟ้าฯ ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ
- ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ
- ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ) ทั้งนี้
- ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์
- ต้องไม่เป็นการประกอบกิจการที่ดำเนินการในลักษณะที่ไปรับสินค้าของบุคคลอื่นแล้วนำไปจำหน่ายและนำส่งค่าสินค้าที่จำหน่ายได้ให้แก่บุคคลที่ตนไปรับสินค้ามา โดยได้รับค่าตอบแทนที่คำนวณจากยอดขายสินค้าที่สามารถจำหน่ายได้หรือค่าตอบแทนอื่นใด
- ต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้
...
2. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ดังนี้
- ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น
3. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ
รถร่วมบริการที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ)
4. เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567
ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
5. ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่
(1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และ (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส
ประเภทสินค้าและบริการ ร้านค้าที่สามารถสมัคร ไทยช่วยไทยพลัส ได้
อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ โดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้า หรือบริการล่วงหน้า
ทั้งนี้การกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการของโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด
การลงทะเบียน สำหรับร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส
- กรณีเป็นผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”
- กรณีเป็นผู้ประกอบการร้านค้าฯ ผู้ประกอบการบริการฯ หรือผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านสาขาของ ธ. กรุงไทยฯ
- กรณีเป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ด้วยการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยตรงกับ ธ. กรุงไทยฯ
ทั้งนี้ กรณีผู้ประกอบการตามข้อ 1. และข้อ 2. หากไม่ปรากฏข้อมูลการประกอบกิจการของผู้ประกอบการดังกล่าวในฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ จะต้องได้รับการยืนยันว่ามีการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทย หรือกรุงเทพมหานครมอบหมายแล้วแต่กรณี หรือเคยได้รับการยืนยันว่ามีการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครมอบหมายภายใต้โครงการ
ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส สำหรับร้านค้าใหม่
ร้านค้าใหม่สมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 31 ก.ค. 2569
(ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการสมัครเข้าร่วมโครงการ ที่นี่)
1. มีบัญชีธนาคารกรุงไทย
2. สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com และดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชันล่าสุด
3. ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร ไปยื่นสมัครกับหน่วยงาน
4. นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้ว มายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดให้บริการ
5. ร้านค้าได้รับผลพิจารณาผ่าน SMS
6. เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์ไทยช่วยไทยพลัสจะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน
7. กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขโครงการ
8. รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน วันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 - 23:00 น.
9. ตรวจสอบประวัติการรับเงิน บนแอปฯ ถุงเงิน
ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส สำหรับร้านค้า ที่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส
1. ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
2. ร้านค้าที่ผ่านการอนุมัติจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านแอปฯ ถุงเงิน
3. เมื่อผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) จะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน
4. กดยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงของโครงการ
5. รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน วันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 - 23:00 น.
6. ตรวจสอบประวัติการรับเงินบนแอปฯ ถุงเงิน
ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส สำหรับร้านค้าที่ผูกกับแพลตฟอร์ม ฟู้ดเดลิเวอรี่
1. ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
2. ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ผูกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป เวลา 06:00 – 23:00 น.
3. กดแบนเนอร์ “โครงการฟู้ดเดลิเวอรี” บนแอปฯ ถุงเงิน เพื่อยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข
4. เลือกผูกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ต้องการ
5. รับชำระค่าอาหาร/เครื่องดื่มจากประชาชน วันที่ 15 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 - 21:00 น.
6. แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี จัดหาไรเดอร์ไปยังร้านค้า
7. ไรเดอร์จัดส่งอาหาร/เครื่องดื่ม
8. ตรวจสอบประวัติการรับเงินบนแอปฯ ถุงเงิน
ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไป สามารถค้นหาร้านค้า และบริการ ที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ได้ที่นี่