"ประกันสังคม" หนุนใช้ระบบบริการทางการแพทย์ทางไกล ดูแลผู้ประกันตน ม.33 - ม.39 เจ็บป่วยโรคเรื้อรัง 26 ชนิด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า คณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม ได้ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราค่าบริการทางการแพทย์โดยใช้ระบบบริการทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ในช่วงสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ประกันตน
สำหรับสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว กำหนดให้สำนักงานประกันสังคมจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ แก่สถานพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดสิทธิ และได้ให้บริการทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง จำนวน 26 ชนิด กรณีผู้ป่วยนอก (OPD) ในอัตรา 65 บาทต่อครั้ง ต่อระยะเวลา 3 เดือน
ทั้งนี้ คณะกรรมการการแพทย์ ได้เห็นชอบให้เพิ่มค่าบริการทางการแพทย์สำหรับดูแลรักษาผู้ประกันตนกลุ่มโรคเรื้อรัง โดยครอบคลุมการให้บริการผ่านระบบ Telemedicine สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการคงที่ และเหมาะสมกับการรักษาทางไกล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการติดตามอาการและรับยาต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสถานพยาบาลเข้าร่วมให้บริการทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) กับสำนักงานประกันสังคมแล้วจำนวน 118 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเข้าถึงบริการของผู้ประกันตนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และลดความแออัดในการเข้ารับบริการที่โรงพยาบาล
สำหรับโรคเรื้อรัง 26 ชนิดตามประกาศฯ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอักเสบเรื้อรังและโรคตับแข็ง โรคภาวะหัวใจล้มเหลว โรคเส้นเลือดสมองแตกหรืออุดตัน โรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคถุงลมโป่งพอง โรคไตวายเรื้อรัง โรคพาร์กินสัน โรคมายแอสทีเนีย โรคเบาจืด โรคมัลติเพิลสเคลอโรซิส โรคไขมันในเลือดสูง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคต้อหิน โรคไตเนฟโฟรติก โรคลูปัส โรคเลือดอะพลาสติก โรคทาลัสซีเมีย โรคฮีโมฟีเลีย โรคเรื้อนกวาง โรคผิวหนังพุพองเรื้อรัง โรคเลือดไอทีพี โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ และโรคจิต
...
ขณะที่มาตรการดังกล่าว จะช่วยให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างต่อเนื่อง ลดความจำเป็นในการเดินทางมารับยาที่สถานพยาบาล โดยสามารถใช้ระบบจัดส่งยาถึงบ้านร่วมกับบริการ Telemedicine ได้ ซึ่งสถานพยาบาลจะเป็นผู้เรียกเก็บค่าบริการจากสำนักงานประกันสังคมโดยตรง ผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่าย
นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมได้กำหนดให้สถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ ต้องมีระบบ Telemedicine ที่ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยต้องมีผู้ให้บริการซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย เช่น แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบำบัด หรือผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาต่าง ๆ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคผ่านระบบดิจิทัล
รวมทั้งต้องมีระบบพิสูจน์ และยืนยันตัวตนที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย มีโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่สามารถรองรับการสื่อสารระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบบันทึกธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การจัดเก็บและรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ตลอดจนการรายงานผลการรักษา และแจ้งสิทธิของผู้ป่วยอย่างครบถ้วน
อีกทั้งยังต้องมีระบบกำกับดูแลและติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานมีการจัดบริการอย่างเสมอภาค และเข้าถึงได้ พร้อมสนับสนุนการปรึกษาหารือระหว่างผู้ให้บริการหรือบุคลากรด้านสาธารณสุข เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด
อย่างไรก็ตาม มาตรการสนับสนุนค่าบริการทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของสำนักงานประกันสังคมในการยกระดับการเข้าถึงบริการสาธารณสุขให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและความจำเป็นในการเดินทางของผู้ประกันตน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ให้สามารถรับการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนอย่างรอบด้านในทุกสถานการณ์.