เปิดให้ลงทะเบียน 25 พ.ค. 2569 “ไทยช่วยไทยพลัส-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” จ่ายให้เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน เฟสแรก มิ.ย.-ก.ค. รับ 2,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ล่าสุด เมื่อ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ออกมาเปิดเผยรายละเอียดของโครงการ ว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมแผนเปิดการลงทะเบียน เข้าร่วมมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงวิกฤติพลังงาน โดยโครงการคนละครึ่งพลัสจะเปลี่ยนชื่อเป็น “ไทยช่วยไทยพลัส” กำหนดเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.เป็นต้นไป ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง จำนวน 30 ล้านคน ประชาชนทุกคนมีสิทธิ จะได้รับเงิน 4,000 บาท

ไทยช่วยไทยพลัส แบ่งเป็น 2 เฟส

สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แบ่งโครงการเป็น  2 ระยะ เพื่อความต่อเนื่องในการกระตุ้นกำลังซื้อ แบ่งเป็น

  • เฟสที่ 1 เดือน มิ.ย.-ก.ค. 2569 ให้วงเงินรวม 2,000 บาท นาน 2 เดือน แบ่งเป็นเดือนละ 1,000  บาท 
    ผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง รัฐบาลจะออกให้ 60% ประชาชนออก 40% 
    ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ใช้ข้อมูลเดิม ประมาณ 13.25 ล้านคน) จากเดิมได้รับ  300 บาท รับเพิ่มอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน โดยไม่มีเงื่อนไขการสมทบเงินใดๆ สามารถใช้จ่ายได้ทันที 

  • เฟสที่ 2 เดือน ส.ค.-ก.ย. ให้วงเงินรวม 2,000 บาท นาน 2 เดือน แบ่งเป็นเดือนละ 1,000  บาท 
    ผู้ที่อยู่ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะได้รับต่อเนื่องอีกเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 2,000 บาท 
    - ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะมีการตรวจสอบสิทธิและต้องผ่านหลักเกณฑ์จากการลงทะเบียนใหม่ว่าเป็นผู้มีรายได้น้อยกว่า 100,000 บาทต่อปี ถึงจะได้รับเงินตามสิทธิเดือนละ 300 บาทและรัฐเพิ่มพิเศษให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 2,000 บาท 

...

ทั้งนี้ ใช้ไม่หมด ยอดจะถูกทบไปใช้วันถัดไปได้ แต่หากในเดือนนั้นๆ ใช้ไม่หมด 1,000 บาท เงินที่เหลือจะไม่ถูกทบไปเดือนถัดไป รวมถึงผู้ได้รับสิทธิจากโครงการ จะได้รับเพียง 1 สิทธิ์เท่านั้น เช่น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่สามารถใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัสได้ 

เปิดลงทะเบียนใหม่ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน จะเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มคนยากจนที่เคยตกหล่นสามารถลงทะเบียนเข้าสู่ระบบได้ และคัดกรองผู้ที่เคยถือบัตรสวัสดิการฯ ที่อาจจะเริ่มมีฐานะดีขึ้น โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน อยู่ระหว่างการกำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติให้เหมาะสมมากขึ้น

ขั้นตอนเบื้องต้น ผู้ลงทะเบียนสามารถกรอกข้อมูลผ่านแอป “เป๋าตัง” โดยใช้เพียงชื่อ-นามสกุล และเลขบัตรประชาชน ก่อนรอการตรวจสอบสิทธิจากหน่วยงานภาครัฐ

วิธีลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่าน “เป๋าตัง”

ส่วนวิธีลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง จะจำแนกวิธีการลงทะเบียนออกเป็น 2 กลุ่ม สำหรับผู้ที่ ไม่เคยรับสิทธิโครงการคนละครึ่ง และผู้ที่เคยได้รับสิทธิแล้ว โดยมีขั้นตอนดังนี้

ผู้ที่ “ไม่เคย” รับสิทธิโครงการคนละครึ่งมาก่อน

1. อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง เป็นเวอร์ชันล่าสุด และเปิดใช้งาน G Wallet 

2. เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดที่แบนเนอร์ “ไทยช่วยไทยพลัส” 

3. ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข และยืนยันลงทะเบียน

4. แจ้งผลการลงทะเบียนผ่านการแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง และ SMS (ภายใน 3 วัน) 

5. เติมเงินเข้า G Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิ 

ผู้ที่ “เคย” รับสิทธิโครงการคนละครึ่งมาก่อน

1. อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง เป็นเวอร์ชันล่าสุด และเปิดใช้งาน G Wallet

2. เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดที่แบนเนอร์ “ไทยช่วยไทยพลัส” 

3. ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข และยืนยันลงทะเบียน 

4. แจ้งผลการลงทะเบียนผ่าน การแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง 

5. เติมเงินเข้า G Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิ 

ไทยช่วยไทยพลัส วิธียืนยันตัวตนผ่าน “เป๋าตัง”

กรณียืนยันตัวตนด้วยบัญชี Krungthai NEXT

1. เข้าสู่ Krungthai NEXT

2. ระบุรหัส PIN Krungthai NEXT

3. กดปุ่มดำเนินการบนแอปฯ เป๋าตัง

4. กรอกรหัส OTP (OTP จะถูกส่งไปที่เบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับ Krungthai NEXT)

5. ตั้งค่ารหัส PIN

6. ยืนยันรหัส PIN

ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องใช้บัญชี Krungthai NEXT ที่มีหมายเลขบัตรประชาชนเดียวกับแอปฯ เป๋าตัง

กรณียืนยันตัวตนด้วย การสแกนใบหน้า

1. เตรียมสแกนใบหน้า

2. สแกนใบหน้า (สามารถข้ามได้ หากโทรศัพท์ไม่มีกล้อง/ชำรุด)

3. ตั้งค่ารหัส PIN

4. ยืนยันรหัส PIN

5. เปิดการใช้งานระบบสแกนใบหน้า หรือ สแกนลายนิ้วมือ

6. ยอมรับ เงื่อนไขการใช้งานแอปฯ เป๋าตัง (ผู้ขอใช้บริการต้องยอมรับเท่านั้น)

7. แสดงหน้าจอเฉพาะความยินยอมที่ผู้ใช้งานไม่เคยตอบ (การตอบคือการให้ความยินยอมหรือไม่ให้ความยินยอมก็ได้)

8. ขณะระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้งาน จะพบข้อความบนการ์ดว่า “กำลังตรวจสอบข้อมูล”

9. หากลงทะเบียนสำเร็จ จะแสดงการ์ด Wallet ดังภาพ เพื่อให้สมัครใช้บริการ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนจัดทำเอกสารให้เรียบร้อยเพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เร็วสุด เพราะเป็นโครงการช่วยเหลือลดค่าครองชีพประชาชน รายละเอียด และเงื่อนไขของผู้มีสิทธิลงทะเบียน จะได้รายงานให้ทราบต่อไป.