ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯ ในนามตัวแทนของชาวจังหวัดอุบลราชธานี แสดงความขอบคุณ ครอบครัว “สมิตะมาน” บริจาคที่ดิน 66 ไร่ มูลค่าคาดการณ์ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ให้ รพ.วารินชำราบ สร้างศูนย์การแพทย์แห่งอนาคต
เพจเฟซบุ๊กสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี โพสต์ข้อความระบุว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย นพ.ปิยวัฒน์ อังควะนิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวารินชำราบ นายธนะรัชต์ สุภาพันธ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี และนางสมธิดา จะเกรง ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจและแสดงความขอบคุณต่อครอบครัว “สมิตะมาน” ที่ได้บริจาคที่ดินจำนวน 66 ไร่ ให้แก่โรงพยาบาลวารินชำราบ เพื่อใช้ก่อสร้างศูนย์การแพทย์และรองรับการขยายบริการด้านสาธารณสุขในอนาคต
...
สำหรับผู้บริจาค ประกอบด้วย นางสาวประพิศ สมิตะมาน นางสาวนฤมล สมิตะมาน นางสาวลัดดาวัลย์ สมิตะมาน และนางสาวกรรณิการ์ สมิตะมาน ซึ่งทั้ง 4 ท่าน เป็นทายาทของ ร้อยโทปิ่น และคุณแม่วิเชียร สมิตะมาน ครอบครัวผู้มีคุณูปการต่อวงการสาธารณสุขของจังหวัดอุบลราชธานีมาอย่างยาวนาน
ทั้งนี้ ครอบครัวสมิตะมาน เคยบริจาคที่ดินจำนวน 33 ไร่ เพื่อก่อสร้างโรงพยาบาลวารินชำราบ เมื่อปี พ.ศ.2527 และในครั้งนี้ยังได้บริจาคที่ดินเพิ่มเติมอีก 66 ไร่ ซึ่งถือเป็นการสานต่อเจตนารมณ์แห่งการให้เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง
เบื้องต้น ที่ดินผืนล่าสุดมีมูลค่าคาดการณ์ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท หากเทียบกับราคาประเมินและศักยภาพของพื้นที่ในจังหวัดอุบลราชธานี โดยจะนำไปใช้ในการพัฒนาโครงการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอวารินชำราบ รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง
นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ในนามตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี ขอขอบพระคุณในความเมตตาและกุศลเจตนาอันยิ่งใหญ่ของครอบครัวสมิตะมาน ที่ได้มอบที่ดินอันทรงคุณค่าเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม โดยที่ดินผืนนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาศูนย์การแพทย์แห่งอนาคต ช่วยลดความแออัดของสถานพยาบาล เพิ่มศักยภาพการรักษาพยาบาล และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
การบริจาคครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งแบบอย่างของการเสียสละเพื่อสังคม และสะท้อนพลังแห่งการแบ่งปันที่สร้างคุณประโยชน์อย่างยั่งยืนให้แก่จังหวัดอุบลราชธานีและประชาชนในระยะยาว โดยคาดว่าในอนาคต พื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาเป็นศูนย์การแพทย์ที่ทันสมัย รองรับการรักษาพยาบาลเฉพาะทาง และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนในภูมิภาคได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ก็มีประชาชนเข้ามาอนุโมทนาบุญจำนวนมาก