“บิ๊กแจ๊ด” เตรียมชงสภาฯ 3 วาระรวด 8 เม.ย. นี้ จับมือผู้ประกอบการหั่นราคา 4.54 สตางค์/ลิตร ดีเดย์ก่อน 10 เม.ย. นี้ เติมได้ทุกคันไม่ต้องเช็กบัตร ยันทำถูกกฎหมาย ชงนายกสมาคม อบจ.เตรียมขยายผลใช้จริงทั่วประเทศ 76 จังหวัด

วันที่ 2 เมษายน 2569 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี เป็นประธานการประชุมเพื่อหาข้อสรุปมาตรการลดราคาน้ำมันช่วยประชาชน ที่ ห้องประชุมชั้น 5 สำนักงาน อบจ.ปทุมธานี โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายเทพสุริยา สะอาด ท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี นายชาตรี ศรีสันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต คณะผู้บริหารและสมาชิกสภา อบจ.ปทุมธานี หัวหน้าส่วนราชการ อบจ.ปทุมธานี พร้อมด้วยผู้แทนผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันในพื้นที่ 317 แห่ง


ที่ประชุมได้มีการหารืออย่างกว้างขวางถึงข้อจำกัดทางกฎหมายและแนวทางปฏิบัติของแต่ละผู้ให้บริการ โดยมี นายเทพสุริยา สะอาด ท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี นายชัยวัฒน์ อินทร์เลิศ ประธานสภา อบจ.ปทุมธานี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้คำปรึกษาเพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบราชการ ซึ่งผลการหารือได้ข้อสรุปเป็นที่น่าพอใจ และผู้ประกอบการทุกแห่งยินดีร่วมมือ โดย อบจ.ปทุมธานี จะเข้าอุดหนุนส่วนต่างราคา ทำให้ประชาชนเติมน้ำมันได้ถูกลง 4.54 สตางค์ต่อลิตร (น้ำมันทุกประเภท) พร้อมเตรียมเสนอสภา อบจ. เพื่อขออนุมัติงบประมาณ 3 วาระรวดในวันที่ 8 เมษายนนี้ และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการจริงได้ก่อนวันที่ 10 เมษายน 2569 เปิดให้รถทุกคันเข้าเติมได้ตามปกติโดยไม่ต้องเช็กทะเบียนรถหรือบัตรประชาชน เพื่อลดความล่าช้าและกระจายความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ซึ่งจะกำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการเบื้องต้น 6 เดือน โดยใช้ “ปทุมธานีโมเดล” เป็นต้นแบบในการขยายผลไปยังจังหวัดอื่นทั่วประเทศ

...

โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวเน้นย้ำในที่ประชุมว่า โครงการครั้งนี้ผ่านการทำการบ้านมาอย่างหนัก เรามีการหารือในข้อกฎหมายอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ว่าสามารถทำได้โดยผ่านกระบวนการของสภา เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในภาวะที่น้ำมันแพงและค่าครองชีพสูง และเราตัดสินใจให้เป็นการลดแบบเปิดคือใครก็เติมได้ ไม่ต้องเช็กทะเบียนรถหรือบัตรประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายหน้าปั๊ม โดยจะลดราคาลง 4.54 สตางค์ต่อลิตร และเพื่อความรวดเร็ว ได้หารือกับประธานสภาฯ เตรียมเปิดประชุมสภาในวันที่ 8 เมษายนนี้ เพื่ออนุมัติงบประมาณ 3 วาระรวด ให้ทันเริ่มดำเนินการก่อนวันที่ 10 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลที่ประชาชนเดินทางมาก และหากพบปั๊มน้ำมันกักตุนหรือทุจริต สั่งนิติกรเตรียมลงพื้นที่จัดการทันที โดยจะมีการติดป้ายเบอร์โทรศัพท์ร้องเรียนไว้ที่ทุกหัวจ่าย อีกทั้งยังพยายามพิจารณาหาวิธีช่วยเหลือด้านอื่นที่สามารถช่วยประชาชนให้มากกว่านี้ในอำนาจและตามกฎหมายที่มีอยู่ถ้าสามารถทำได้ตนจะทำเต็มที่


นอกจากนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังได้ผลักดันให้แนวคิดนี้กลายเป็นต้นแบบ โดยมี นายชาตรี ศรีสันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย เข้าร่วมเก็บข้อมูลเตรียมขยายผลไปยังอีก 76 จังหวัดทั่วประเทศ ถ้าจังหวัดไหนมีความพร้อมเรื่องงบประมาณ สามารถนำโมเดลปทุมธานีไปใช้ได้เลย เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามวิกฤตแบบนี้ และขอบคุณผู้ประกอบการที่ยอมเสียสละและให้ความร่วมมือ พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ทำเพื่อประโยชน์ของชาวปทุมธานีและประชาชนที่สัญจรไปมาอย่างแท้จริง โดยหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วที่สุด