เตรียมพร้อม “คนละครึ่งพลัส” คาดเปิดให้ผู้มีสิทธิลงทะเบียนใหม่ เดือนเมษายนนี้ ก่อนเริ่มใช้สิทธิในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เช็กเงื่อนไขผู้มีสิทธิ

เกี่ยวกับโครงการ คนละครึ่งพลัส ซึ่งถือเป็นนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทย ที่เคยหาเสียงไว้ และยืนยันมาตลอดว่า หลังจากที่เป็นรัฐบาลแล้ว สามารถเริ่มได้ทันที เพื่อช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน 

“คนละครึ่งพลัส” ช่วยคนละ 2,000 บาท

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโครงการคนละครึ่งพลัส ที่จะจ่ายเดือนละ 200 บาท 10 เดือน หรือจะจ่ายเป็นก้อน ว่า โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่ต้องทำ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง เสนอขึ้นมา ตอนนี้ต้องใช้คำว่าหลาย “พลัส” โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสถานการณ์น้ำมัน จึงต้องพลัสขึ้นไปอีก เพื่อให้ประชาชนได้มีอะไรมาทดแทน ทุกคนรับนโยบายไปดำเนินการ รัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงจะมีส่วนร่วมยกร่าง ตนในฐานะนายกฯจะมีเพิ่มและปรับปรุงเข้าไป แต่จะไม่ได้ตัดทอนอะไร 

เมื่อถามอีกว่า โครงการคนละครึ่งจะใช้เติมน้ำมันได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า อย่าเพิ่งถามถึงขนาดนั้น ขอให้มีคนนำเสนอขึ้นมาก่อน เพราะบางอย่างถูกจำกัดด้วยข้อกฎหมายว่าทำได้หรือไม่ได้ จะต้องกู้เงินเพื่อมาดำเนินโครงการหรือไม่ ตอนนี้ต้องนึกถึงประชาชนก่อน หน้าที่ในการแสวงหาทรัพยากรและหน้าที่บริหารทรัพยากร รัฐบาลต้องพิจารณาให้ครบถ้วนว่าดำเนินการได้ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ

ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส”

ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า เรามีการเตรียมพร้อมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้พฤษภาคมนี้ ซึ่งจะเป็นโครงการที่ช่วยเหลือทั้งกลุ่มเปราะบาง และคนละครึ่ง ที่เราจับมารวมกัน โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถนำเงินไปใช้จ่ายในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ด้วย โดยใช้ชื่อโครงการว่า “ไทยช่วยไทย พลัส”

...

ขณะที่ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า ขณะที่อยู่ระหว่างการหารือ เพื่อปรับปรุง “โครงการคนละครึ่งพลัส” จึงยังไม่ได้ข้อสรุปกลุ่มผู้ได้รับสิทธิ วงเงินต่อราย รวมถึงเงื่อนไขอื่น ๆ ซึ่งเบื้องต้น จะเปลี่ยนชื่อเป็นโครงการไทยช่วยไทยพลัส และจะเปิดให้ทุกคนลงทะเบียนใหม่ ในช่วงเดือนเมษายนนี้ ก่อนจะเริ่มโครงการในเดือนพฤษภาคม ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น ก็ยังใช้สิทธิของตัวเองได้ตามปกติ

“ไทยช่วยไทย” ซื้อสินค้าถูกลง 30 - 50 %

สำหรับโครงการไทยช่วยไทย ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าและโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการลดค่าครองชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์มีการเปิดตัวสินค้าที่เรียกว่า “ไทยช่วยไทย” ซึ่งจะเป็นทางเลือกสินค้าคุณภาพให้กับประชาชน โดยจะเป็นสินค้าเฮาส์แบรนด์ ในห้างค้าส่ง ค้าปลีก ประกอบด้วย แม็คโคร โลตัส เซเว่น บิ๊กซี ท็อปส์ วัตสัน ฟู้ดแลนด์ และกูร์เมต์ มาร์เก็ต 

ซึ่งสินค้าจะประกอบด้วย สินค้าอุปโภค บริโภค เช่น สบู่ แชมพู ข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม ที่ลดราคาลง 30 - 50 % เช่น แชมพู ปัจจุบัน 400 มิลลิลิตร เดิมอยู่ที่ 165 บาท ลดเหลือ 79 บาท ข้าวขาว จากเดิม 155 บาท ลดลงเหลือ 79 บาท ซึ่งประชาชนหาซื้อได้ โดยจะมีป้ายราคาติดอยู่หน้าร้านค้า และติดอยู่ชั้นวางจำหน่ายสินค้า

เงื่อนไขผู้เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

สำหรับเงื่อนไขผู้เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่ผ่านมานั้น มีดังนี้ 

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

3. มีบัตรประจำตัวประชาชน

4. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568

5. ไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่(1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

ซึ่งหากดูจากคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ในช่วงที่ผ่านมา จะพบว่า ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น จะไม่สามารถใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ได้ เนื่องจากรัฐบาลมีการเติมเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีแล้ว 1,700 บาท โดยแบ่งจ่ายเดือนละ 850 บาท เป็นเวลา 2 เดือน

ดังนั้น เงื่อนไขที่อาจเปลี่ยนไปคือ การเปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ลงทะเบียน เพื่อสามารถใช้จ่าย “คนละครึ่ง” ผ่าน G-Wallet ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ด้วย

ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าจะได้รายงานให้ทราบต่อไป