3 มีนาคม 2569 “วันมาฆบูชา” เตรียมชม “จันทรุปราคาเต็มดวง” สีแดงอิฐ สามารถชมได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย


วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 แฟนเพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โพสต์ข้อความว่า วันที่ 3 มีนาคม 2569 จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคา ซึ่งตรงกับ “วันมาฆบูชา” เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 15.44-21.23 น. (ตามเวลาประเทศไทย ณ กรุงเทพมหานคร)

ดวงจันทร์จะเริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกเวลา 15.44 น. และเคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก เกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา 16.50 น. จนกระทั่งเข้าสู่ช่วง “จันทรุปราคาเต็มดวง” เวลา 18.04 - 19.02 น. จากนั้นเริ่มเห็นดวงจันทร์ปรากฏเว้าแหว่งบางส่วนและค่อย ๆ ออกจากเงามืดของโลก และสิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน ในเวลา 20.17 น. และพ้นจากเงามัวของโลก จนสิ้นสุดปรากฏการณ์เวลา 21.23 น.

สำหรับประเทศไทย ในวันดังกล่าวดวงจันทร์จะโผล่พ้นขอบฟ้า ทางทิศตะวันออก เวลาประมาณ 18.23 น. ซึ่งตรงกับช่วงที่กำลังเกิดคราสเต็มดวงพอดี จะเห็นดวงจันทร์เต็มดวงปรากฏสีแดงอิฐขึ้นจากขอบฟ้า ชมได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย (เวลาอาจต่างกันตามพื้นที่) จนถึงเวลาประมาณ 19.02 ระยะเวลาที่สามารถสังเกตการณ์ได้รวม 39 นาที จากนั้นจะเกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วน จันทรุปราคาเงามัว และสิ้นสุดปรากฏการณ์ ตามลำดับ

นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังสามารถสังเกตได้หลายพื้นที่ทั่วโลก ได้แก่ ตะวันออกของทวีปยุโรป ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปอเมริกาใต้ มหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดีย ขั้วโลกเหนือ และขั้วโลกใต้

...

สำหรับ “ปรากฏการณ์จันทรุปราคา” เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวระนาบเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ เกิดขึ้นเฉพาะในวันดวงจันทร์เต็มดวง หรือช่วงข้างขึ้น 14-15 ค่ำ ขณะที่ดวงจันทร์โคจรผ่านเข้าไปในเงามืดของโลกที่ทอดไปในอวกาศ ผู้สังเกตบนโลกจะมองเห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งไปเรื่อย ๆ จนดวงจันทร์เข้าไปอยู่ในเงามืดทั้งดวง และเริ่มมองเห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งอีกครั้งหนึ่งเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่ออกจากเงามืดของโลก คนไทยสมัยโบราณเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ราหูอมจันทร์

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากดวงจันทร์โคจรรอบโลก แต่เนื่องด้วยมีระนาบวงโคจรเอียงทำมุมประมาณ 5 องศา กับระนาบวงโคจรของโลก ส่งผลให้ดวงจันทร์ไม่ได้โคจรผ่านเข้าไปอยู่ในเงาของโลกทุก ๆ เดือน แต่จะเปลี่ยนไปในตำแหน่งที่ “สูงกว่า” หรือ “ต่ำกว่า” เงาของโลก

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาจะเกิดขึ้นอย่างน้อยเฉลี่ย 2 ครั้งต่อปี แต่การมองเห็นปรากฏการณ์จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ และสามารถคำนวณวันและเวลา รวมถึงพื้นที่การเกิดปรากฏการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ.