สรุปดราม่า "เงินฌาปนกิจสงเคราะห์" ชาวบ้านจำนวนมากหวั่นใจ หลัง "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์" หลายแห่งถูกยกเลิก กลัวไม่มีเงินให้คนข้างหลัง
กลายเป็นดราม่าที่ถูกพูดถึงอย่างมาก สำหรับเรื่องราวการประกาศยกเลิก "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์" หลายแห่ง จนสร้างความกังวลใจให้ชาวบ้านเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม "ผู้สูงอายุ" ที่เป็นสมาชิกแล้วส่งเงินสะสมมาเป็นเวลานาน
สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์คืออะไร
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว อธิบายไว้ว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลหลายคน เพื่อสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกฯ ที่ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้หากำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน
คุณสมบัติผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ คือเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ อายุ 20 ปีบริบูรณ์ หรือชายหญิงอายุ 17 ปีที่สมรส, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือบุคคลไร้ความสามารถ, มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแกร่ง ซึ่งแต่ละสมาคมฯ จะมีเงื่อนไขคุณสมบัติเพิ่มเติมที่แตกต่างกันได้
ความหมายของการ "ฌาปนกิจสงเคราะห์"
"การฌาปนกิจสงเคราะห์" หมายถึง การที่บุคคลเข้ามารวมตัวกันเพื่อตกลงเข้าช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ตกลงเข้าร่วมกันนั้น ซึ่งถึงแก่ความตายและมิได้ประสงค์จะหากำไรหรือรายได้เพื่อแบ่งปันกัน
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว อธิบายวัตถุประสงค์ใน 3 มิติสำคัญ
- มิติที่ 1 : การพึ่งพาตนเองและสร้างสวัสดิการชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีช่องทางในการดูแลกันเองเมื่อเกิดการสูญเสีย โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว เป็นการสร้างหลักประกันความมั่นคงเบื้องต้นให้แก่สถาบันครอบครัว
- มิติที่ 2 : การบรรเทาภาระทางการเงินของทายาท เพื่อให้มีเงินทุนสำหรับ "ค่าจัดการศพ" ให้สมเกียรติ และส่วนที่เหลือคือ "เงินสงเคราะห์ครอบครัว" ที่จะช่วยให้ทายาท/ผู้อยู่เบื้องหลัง มีเงินทุนสำรองในการดำเนินชีวิตต่อไป
- มิติที่ 3 : การสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยการจ่ายเงินสงเคราะห์ของสมาชิกแต่ละคน (เช่น ศพละไม่เกิน 20 - 100 บาท ตามขนาดสมาคม) เมื่อรวมกันหลายคนจะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ที่อาจเปลี่ยนชีวิตของครอบครัวหนึ่งได้
...
ทำไมหลายพื้นที่ถึงยกเลิก สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์
สำหรับสาเหตุที่กองทุนฌาปนกิจหลายแห่งไปต่อไม่ไหว ไม่ใช่แค่เรื่องเงินหาย แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ดังนี้
- สังคมสูงวัย : ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เมื่อสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ อัตราการเสียชีวิตจึงสูงขึ้นตามธรรมชาติ ทำให้สมาชิกที่เหลือต้องส่งเงินถี่ขึ้น จนสมาชิกแบกรับภาระไม่ไหวและขอถอนตัว
- ขาดคนรุ่นใหม่มาเติมเต็ม : กองทุนจะอยู่ได้ต้องมีคนสมัครใหม่เสมอ แต่คนรุ่นใหม่มักมองว่าการส่งเงินฌาปนกิจไม่คุ้มค่า หรือเลือกทำประกันชีวิตที่มั่นคงกว่า เมื่อไม่มีสมาชิกใหม่มาแชร์ค่าใช้จ่าย ภาระทั้งหมดจึงตกอยู่ที่คนเก่า จนเงินที่เรียกเก็บได้ลดน้อยลงเรื่อยๆ
- การบริหารจัดการที่ขาดความเป็นมืออาชีพ : หลายกองทุนบริหารโดยคณะกรรมการหมู่บ้านที่ขาดความรู้ด้านการเงินหรือคณิตศาสตร์ประกันภัย รวมทั้งมีเรื่อง การทุจริต ยักยอกเงินไปใช้ส่วนตัว และไม่มีความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ว่าเงินถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง
เสียงจากชาวบ้าน เมื่อรู้ข่าวประกาศเลิก "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์"
นางมะลิ เพิ่มบุญ อายุ 57 ปี เล่าว่า "หลังจากที่รู้ว่ามีการประกาศเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะมีการประกาศ เลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ฝากเงินธนาคาร สาขาศรีสะเกษ ทำให้ตกใจมาก เพราะเป็นสมาชิกมาประมาณ 2-3 ปี แล้วส่งเงินเดือนละประมาณ 2,000 กว่าบาทต่อปี เพราะเวลาไปกู้เงินทางธนาคารก็จะให้ทำเรื่องเป็นสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ด้วย
สำหรับที่ตัดสินใจทำนั้น เพราะคิดว่าเวลาเราเป็นอะไรไป ลูกหลาน คนข้างหลังจะได้เงินจากสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์มาใช้จ่ายและใช้หนี้สิน พอมายกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์แบบนี้ เป็นไปได้ก็อยากได้เงินที่ส่งไปให้กับสมาคมฯ คืนมาก็ยังดี"
"คนบ้านนอก ชาวบ้านทั่วไป หวังว่าถ้าเป็นสมาชิกของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ จะได้เงินจากสมาคมฯ มาใช้จ่ายค่าต่างๆ ในงานศพ พอมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นทำให้ชาวบ้านไม่รู้จะหวังพึ่งอะไร แบบนี้ชาวบ้านคงไม่กล้าที่ไปเสียเงินเข้าสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ไหนแล้ว" นางมะลิ กล่าว
ล่าสุด นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เผยว่า เมื่อสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ให้มีการชำระบัญชีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้น และให้คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์มีหน้าที่จัดการรักษาทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไว้จนกว่าผู้ชำระบัญชีจะเรียกให้ส่งมอบ
อีกทั้งเมื่อชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่จะแบ่งให้แก่สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ได้ ทรัพย์สินนั้นจะต้องโอนไปให้แก่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่น หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะตามที่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หรือตามมติของที่ประชุมใหญ่ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับหรือที่ประชุมไม่ได้มีมติไว้ ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน
อย่างไรก็ตาม ในกรณีของเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า สมาชิกอาจมีสิทธิได้รับคืนเท่าที่สมาชิกผู้นั้น ยังไม่ตกอยู่ในความผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ตามที่จ่ายล่วงหน้าไว้ให้แล้ว แต่หากสมาคมนำไปจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์ศพให้แก่ผู้รับเงินของสมาชิกที่ตายหมดแล้ว สมาชิกจะขอคืนหรือเรียกคืนไม่ได้.