คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงการณ์กรณีเพิกถอนปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารกระบวนการยุติธรรมคนดัง
วันที่ 10 ก.พ. 69 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ แถลงการณ์กรณีการรายงานข่าวเกี่ยวกับการเพิกถอนปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารกระบวนการยุติธรรม
ตามที่สื่อมวลชนบางสำนักได้รายงานข่าวเกี่ยวกับมติของสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เพิกถอนปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารกระบวนการยุติธรรม ของผู้ถูกร้องซึ่งเป็นผู้สำเร็จการศึกษา ในหลักสูตรดังกล่าวของคณะนิติศาสตร์ ดังที่ได้เผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างกว้างขวางนั้น
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงและการดำเนินการของคณะนิติศาสตร์ในกรณีดังกล่าว เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นธรรม โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
1. กระบวนการสอบดุษฎีนิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ได้ดำเนินการแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาและคณะกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์ ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา โดยคณะกรรมการสอบ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาและหัวข้อที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการสอบมีหน้าที่ประเมินความรู้ ความเข้าใจในประเด็นที่ศึกษา ความถูกต้องของเนื้อหา ทางวิชาการ การวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนความเหมาะสมของระเบียบวิธีวิจัย โดยมีฝ่ายธุรการบัณฑิตศึกษาทำหน้าที่ตรวจสอบรูปแบบการจัดพิมพ์ดุษฎีนิพนธ์
ส่วนนักศึกษามีหน้าที่ในการจัดทำดุษฎีนิพนธ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานและจริยธรรมทางวิชาการอย่างเคร่งครัด รวมทั้งมีหน้าที่ในการตรวจสอบการคัดลอกผลงานวิชาการ ซึ่งนอกจากนักศึกษาจะต้องตรวจสอบด้วยตนเองแล้ว คณะนิติศาสตร์ ยังกำหนดให้นักศึกษาต้องตรวจสอบการคัดลอกก่อนยื่นขอสอบดุษฎีนิพนธ์โดยใช้ระบบ TU e-Thesis ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องจากการตรวจสอบการคัดลอกผลงานทางวิชาการจำเป็นต้องอาศัยฐานข้อมูล งานวิชาการที่มีจำนวนมากและมีความหลากหลาย ทั้งในแง่ประเภทของเอกสาร ภาษา แหล่งที่มา และ ช่วงเวลาการเผยแพร่ ตลอดจนต้องใช้ระบบประมวลผลที่สามารถเปรียบเทียบข้อความเพื่อแสดงระดับความคล้ายคลึงกันระหว่างผลงานที่ตรวจสอบกับเอกสารในฐานข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ แม้ระบบตรวจสอบการคัดลอกจะเป็นเครื่องมือสนับสนุนการพิจารณาทางวิชาการ นักศึกษาผู้จัดทำดุษฎีนิพนธ์ยังคงมีหน้าที่ต้องยึดถือและปฏิบัติตามหลักจริยธรรมทางวิชาการอย่างเคร่งครัด
...
อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบการคัดลอกของผู้ถูกร้องจากระบบ TU e-Thesis อยู่ที่ร้อยละ 1.29 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่คณะนิติศาสตร์กำหนดให้อาจารย์ที่ปรึกษาต้องพิจารณาและทำความเห็นเป็นลายลักษณ์
อักษร ดังนั้น อาจารย์ที่ปรึกษาและผู้อำนวยการหลักสูตรจึงอนุญาตให้มีการสอบดุษฎีนิพนธ์ได้ และคณะกรรมการสอบได้ดำเนินการทดสอบและประเมินความรู้ของผู้ถูกร้องตามกระบวนการและมาตรฐาน ของหลักสูตรเช่นเดียวกับนักศึกษารายอื่น ๆ
คณะนิติศาสตร์ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาและคณะกรรมการสอบงานวิจัยของนักศึกษาทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระ ตลอดจนการดำเนิน กระบวนการสอบป้องกันงานวิจัยให้เป็นไปตามมาตรฐานและจริยธรรมทางวิชาการ
อย่างไรก็ดี คณะนิติศาสตร์ตระหนักถึงข้อจำกัดของระบบตรวจสอบการคัดลอกผลงานทางวิชาการ ซึ่งยังไม่สามารถครอบคลุมฐานข้อมูลผลงานทางวิชาการได้ทั้งหมด อันอาจทำให้การตรวจพบการคัดลอกไม่ครบถ้วน ทั้งนี้ข้อจำกัดดังกล่าวไม่อาจเป็นเหตุอ้างเพื่อหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนหลักจริยธรรมทางวิชาการของนักศึกษาได้
2. การดำเนินการสอบข้อเท็จจริง ภายหลังจากคณะนิติศาสตร์ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับดุษฎีนิพนธ์ดังกล่าวจากผู้ร้อง คณะนิติศาสตร์มิได้เพิกเฉยต่อข้อร้องเรียนและได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยรับฟังข้อเท็จจริงจาก ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้แก่ ผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง และคณะกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์
เมื่อการตรวจสอบในระดับคณะได้แล้วเสร็จ คณะนิติศาสตร์ได้ส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
3. การป้องกันปัญหาการคัดลอกผลงานในอนาคต คณะนิติศาสตร์ตระหนักถึงความสำคัญของหลักจริยธรรมทางวิชาการ จึงกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันปัญหาการคัดลอกผลงานทางวิชาการในอนาคต ดังนี้
(1) ยกระดับการตรวจสอบการคัดลอกผลงานวิชาการ โดยกำหนดให้ใช้เครื่องมือมาตรฐานสากล เช่น โปรแกรม Turnitin ควบคู่กับระบบ TU e-Thesis ของมหาวิทยาลัยเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนการสอบ ป้องกันดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการค้นคว้าอิสระ และมีการตรวจสอบอีกครั้งก่อนนำผลงานวิจัยเข้าสู่ คลังวิทยานิพนธ์ โดยไม่ได้พิจารณาเฉพาะตัวเลขร้อยละของความซ้ำซ้อน แต่ประเมินเชิงคุณภาพประกอบด้วย
(2) เสริมบทบาทการพิจารณาด้านจริยธรรมทางวิชาการ โดยกำชับให้คณะกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการค้นคว้าอิสระ พิจารณาผลการตรวจสอบการคัดลอกจากโปรแกรม Turnitin และระบบ TU e-Thesis ควบคู่ไปกับการพิจารณาเนื้อหาและระเบียบวิธีวิจัย โดยให้ความสำคัญกับหลักจริยธรรมทางวิชาการเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลงานวิจัย
(3) พัฒนาความรู้และความตระหนักด้านมาตรฐานและจริยธรรมทางวิชาการ โดยการจัดการอบรม ภาคบังคับด้านการเขียนงานวิชาการ การอ้างอิง จริยธรรมการวิจัย และการใช้เครื่องมือดิจิทัลและ ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบในระดับบัณฑิตศึกษา โดยกำหนดให้การผ่านการอบรมดังกล่าว เป็นเงื่อนไขก่อนการสอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และการค้นคว้าอิสระ
คณะนิติศาสตร์ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ อันส่งผลกระทบต่อผู้ร้องและความเชื่อมั่นของสังคม คณะนิติศาสตร์ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นและขอยืนยันความมุ่งมั่นในการธำรงไว้ซึ่งมาตรฐาน ทางวิชาการ จริยธรรมทางวิชาการ และคุณค่าของปริญญาบัตรแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเสมอภาคกัน
ทั้งนี้ คณะนิติศาสตร์เชื่อมั่นว่าการรักษามาตรฐานทางวิชาการต้องอาศัยกระบวนการที่จริงจัง โปร่งใส และการพัฒนาระบบการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และขอยืนยันว่าจะดำเนินการด้วยความรับผิดชอบ เพื่อธำรงความเชื่อมั่นของสังคมและเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สืบไป.