เปิดประวัติ "สีดอหูพับ" ช้างป่าภูหลวง อดีตตัวป่วนขวัญใจโซเชียล เกิดเหตุเศร้า เสียชีวิตกะทันหันระหว่างเคลื่อนย้ายไปโครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จ.เลย คาดสาเหตุจากการสำลักอาหาร
จากกรณีข่าวสะเทือนใจ ช้างป่า "สีดอหูพับ" เสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายจาก จ.ขอนแก่น ไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จ.เลย เพื่อดูแลปรับพฤติกรรมไม่ให้มีนิสัยดุร้าย และไม่จำเส้นทางกลับมาหากินในพื้นที่ จ.ขอนแก่น หลังจากได้เกิดเหตุทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิตเมื่อปี 2568
โดยทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียช้างป่า รวมถึงต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุกขั้นตอน เพื่อสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของช้างป่า "สีดอหูพับ" ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
เปิดประวัติ "สีดอหูพับ" อดีตช้างป่าตัวป่วน ขวัญใจโซเชียล
สำหรับ "สีดอหูพับ" เป็นช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15-20 ปี เดิมอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย แต่ต่อมาได้เคลื่อนย้ายมาหากินในพื้นที่การเกษตร บริเวณ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น รวมถึงอุทยานแห่งชาติภูเวียง และมีพฤติกรรมออกมาใกล้ชุมชนบ่อยครั้ง โดยการเข้าไปอาศัยและหากินในพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน
โดยภาพจำที่คนในโลกโซเชียลหลายคนได้พบเห็น และคุ้นตาเป็นอย่างดีคือในช่วงที่ "สีดอหูพับ" ในวัยเด็ก และเพื่อนอีก 1 ตัว คือพลายงาจิ๋ว ได้วิ่งซนเข้าไปเล่นในพื้นที่ป่าอ้อยของชาวบ้าน เมื่อมีเจ้าหน้าที่มาตามหาเพื่อผลักดันกลับพื้นที่เดิม เจ้าช้างทั้ง 2 ตัว ก็ได้หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าอ้อย จนกลายเป็นไวรัลที่หลายคนรู้จักและเอ็นดู
ซึ่งเมื่อปี 2566 ทางกรมอุทยานฯ ก็ได้เผยภาพความน่ารัก 2 หนุ่ม พี่สีดอ กับ น้องงาจิ๋ว ขณะที่เริ่มขยับกลับมาในพื้นที่จ.เลย แล้วหลังจากเดินข้ามกลับไปมา ระหว่าง อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น และ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู
...
เคลื่อนย้าย "สีดอหูพับ" ออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
แต่แล้วเมื่อปี 2568 ได้เกิดเหตุช้างป่าทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต ในพื้นที่ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ซึ่งก็คือ "สีดอหูพับ" ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องวางแผนเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของชุมชน
โดย กรมอุทยานฯ ชี้แจงว่า การเคลื่อนย้ายช้างป่า "สีดอหูพับ" ในครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นคำสั่งที่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย หากกรมอุทยานฯ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จะถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย และอาจส่งผลให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องรับโทษทางอาญา
นอกจากนี้ การไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหายังหมายถึงการปล่อยให้ประชาชนในพื้นที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กรมอุทยานฯ จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการเคลื่อนย้ายช้างป่า โดยยึดมั่นในหลักการทำงานภายใต้กรอบกฎหมาย ความรับผิดชอบต่อสังคม และสวัสดิภาพของสัตว์ป่า
"สีดอหูพับ" เกิดภาวะวิกฤตทางสรีรวิทยาอย่างกะทันหัน ระหว่างเครื่องย้าย
ภารกิจเคลื่อนย้าย "สีดอหูพับ" เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 69 เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมกว่า 200 นาย พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากกรมอุทยานฯ ดำเนินปฏิบัติการเคลื่อนย้ายไปยังโครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ อ.ภูหลวง จ.เลย
ซึ่งทางอุทยานฯ ได้เตรียมการอย่างรอบคอบและใช้มาตรฐานสากลในการปฏิบัติการ ทั้งจัดตั้งศูนย์บัญชาการบูรณาการหลายหน่วยงาน ใช้ทีมสัตวแพทย์และสัตวบาลที่มีความเชี่ยวชาญ คำนวณยาสลบตามน้ำหนักและสภาพร่างกายของช้างอย่างเหมาะสม ติดตามสัญญาณชีพตลอดกระบวนการ ทั้งอัตราการหายใจ ชีพจร และอุณหภูมิร่างกาย และจัดท่าทางช้างเพื่อลดแรงกดทับระบบทางเดินหายใจ
แม้จะมีการเตรียมการอย่างดี แต่ระหว่างการเดินทาง ช้างเกิดภาวะวิกฤตทางสรีรวิทยาอย่างกะทันหัน ทีมสัตวแพทย์ได้หยุดขบวนทันที และดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเวชศาสตร์ฉุกเฉิน รวมถึงการเปิดทางเดินหายใจ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด และการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถช่วยชีวิตช้างไว้ได้
เปิดสาเหตุ "สีดอหูพับ" เสียชีวิต พร้อมตั้งกรรมการตรวจสอบ
จากการประเมินเบื้องต้น สันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการสำลักอาหาร อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการชันสูตรซากอย่างละเอียดเพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้ทางกรมอุทยานฯ ได้มีการดำเนินการ คือ
1. แต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบทุกขั้นตอนการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ
2. ดำเนินการชันสูตรซากอย่างละเอียด ตรวจสอบระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงการตรวจทางพยาธิวิทยาและพิษวิทยา
3. ทบทวนและปรับปรุงมาตรฐานการปฏิบัติงาน ในการจับและเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า โดยเฉพาะในประเด็นการประเมินสุขภาพก่อนเคลื่อนย้าย การงดอาหาร และแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน
4. รายงานผลต่อสาธารณชน อย่างโปร่งใสเมื่อผลการสอบสวนแล้วเสร็จ