อาลัย “ครูปอ” ครูสาวโรงเรียนที่เชียงใหม่ หลังจบชีวิตตัวเอง เพจดังขอให้เป็นเคสสุดท้าย ด้าน สพม. สั่งสอบ หาสาเหตุที่แท้จริง แจงกรณีขนของกองหน้า รร. ไม่ได้เป็นการกดดันหรือไล่
วันที่ 3 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กเพจ “สถานีครู” ได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัย และแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ คุณครูศริญญา ต๊ะยศ (ครูพอลล่า) พร้อมแคปชั่น ระบุว่า “R.I.P. ครูพอลล่า” ขอให้ดวงวิญญาณของคุณครูไปสู่สุคติ และว่า เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก แต่ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายจะได้ไหม ติดแฮชแท็ก #Saveครูการเงิน
สำหรับกรณี “ครูปอ” หรือ “ครูพอลล่า” นั้น ถูกพูดถึง เนื่องจากแฟนหนุ่มได้ออกมาโพสต์ทวงความยุติธรรม และข้อความอาลัยหลังแฟนสาวตัดสินใจจบชีวิตตนเอง โดยระบุว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาครูปอเป็นคนสดใส มองโลกในแง่บวก และยืนยันว่าไม่มีอาการป่วยทางจิตเวชหรือโรคซึมเศร้าแต่อย่างใด
โดยระบุว่า ถึงที่รัก/ปอ/ครูพอลล่า หลับให้สบายนะครับ พักผ่อนตามที่ต้องการ เราเคารพการตัดสินใจของเธอ เราสัญญาว่าจะเข้มแข็งและผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ วันเวลาคงจะเยียวยาจิตใจที่แตกสลายดวงนี้ได้ ขอบคุณที่รักกันนะครับตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ขอบคุณที่ดูแลกันในทุกๆ วัน
ผมขออนุญาตชี้แจงผ่านตรงนี้ ที่รักผมไม่ได้มีโรคทางจิตเวชหรือซึมเศร้าแต่อย่างใด เขาเป็นคนมองโลกในแง่บวก สดใส ร่าเริง เป็นที่รักของทุกคน เรื่องเดียวที่เขาทิ้งข้อมูลให้ผมทราบ คือ เรื่องงานทางการเงินที่ได้รับมอบหมาย และในวันเกิดเหตุ ผอ.โรงเรียน เรียกเข้าไปพบ ก่อนเขาจะหุนหันพลันแล่นออกมาจากโรงเรียน และหาวิธีทำร้ายตัวเองในภายหลัง ไม่ได้มีการเตรียมการไว้แต่อย่างใด
ผมมีหลักฐานยืนยันตรวจสอบได้ ผมขอเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการศึกษาไทยออกมาตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว อย่านิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่าให้คนดีๆ ต้องมาตายฟรีๆ เพราะพวกบ้าอำนาจ ข่มขู่บีบบังคับ ให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยต้องทำตามในสิ่งที่ตนเองต้องการ
...
ที่รักเธอ สารวัตรต้น
นอกจากนี้ ยังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำ เมื่อมีการเผยแพร่ภาพข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของครูปอที่ถูกทางโรงเรียนนำมาวางทิ้งไว้บริเวณป้อมยามหน้าโรงเรียน ซึ่งสังคมมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและไร้เกียรติ
ทั้งนี้ จากการสอบถามเพิ่มเติมพบว่า ครูปอเป็นครูที่มีความสามารถและเคยได้รับรางวัลครูภาษาอังกฤษดีเด่น แต่พักหลังเริ่มมีการบ่นถึงปัญหาการทำงานบ่อยครั้ง และเคยแชร์เคสสะเทือนใจของ “ครูมัท” ที่จบชีวิตจากปัญหาภาระงานบริหารการเงินในโรงเรียนแบบเดียวกัน ก่อนจะมาเกิดเหตุสลดในครั้งนี้
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายเทิดเกียรติ ยามโสภา ผู้อำนวยการ สพม.เชียงใหม่ กล่าวว่า เช้านี้ตนเองพร้อมนิติกรได้เดินทางเข้ามาสอบข้อเท็จจริงและพูดคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว โดยทางผู้อำนวยการโรงเรียนชี้แจงว่าสาเหตุการตัดสินใจจบชีวิตของครูสาว เชื่อว่าเป็นเพราะความเครียดที่ถูกตั้งกรรมการสอบ กรณีบกพร่องในการทำงานเกี่ยวกับด้านการเงิน ที่เสียหายไปมากกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งในวันที่ 26 มกราคม 2569 ทาง ผอ. ได้เรียกเข้าไปคุย พร้อมให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนอยู่
โดยทางโรงเรียนก็ได้นำหลักฐานต่าง ๆ ให้ทาง สพม.ดูแล้วว่า มีหลักฐานด้านการเงินและความบกพร่องอย่างไรของครูผู้ตาย ซึ่งส่วนหนึ่งเชื่อว่ามีมูล เพราะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนไปแล้ว 2 รอบ
ส่วนเรื่องที่แฟนของครูสาว ซึ่งเป็นตำรวจได้โพสต์ในโซเชียลนั้น น่าจะเป็นการได้รับข้อมูลฝ่ายเดียว อาจเป็นข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน จึงได้นำไปโพสต์เช่นนั้น ทาง สพม. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากคนตายพูดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ก็จะสอบสวนเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองเรื่อง ทั้งเรื่องในองค์กรและเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้
ส่วนกรณีข้าวของเครื่องใช้ของครู ที่ทางโรงเรียนนำมากองไว้หน้าโรงเรียนนั้น ไม่ได้เป็นการกดดันหรือไล่ แต่มันเกิดหลังจากผู้ตายได้เสียชีวิตลงแล้ว แฟนหนุ่มของครูสาวขอให้ทางโรงเรียนเก็บข้าวของมาวางไว้เพื่อความสะดวกในการขนย้าย และไม่ได้เป็นไปตามที่โลกโซเชียลแชร์กัน ขณะเดียวกันทางนิติกรของ สพม. ก็ยังคงสอบสวนผู้อำนวยการโรงเรียนอยู่ และจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ถ้าหากผลสอบข้อเท็จจริงออกมาเป็นอย่างไร ก็จะส่งให้ทางต้นสังกัดของ สพม.รับทราบ ส่วนญาติ หากติดใจเรื่องของสาเหตุการจบชีวิต หรือปมขัดแย้งต่าง ๆ ก็สามารถร่วมสอบกับทาง สพม.ได้ และจะมีการชี้แจงให้ข้อมูลที่ถูกต้อง