เทียบความแตกต่าง “ไวรัสนิปาห์” แพร่ยากกว่าโควิด-19 แต่อัตราการเสียชีวิตสูง พร้อมแนะวิธีการป้องกัน แม้จะยังไม่มีรายงานระบาดในประเทศไทย
เป็นเรื่องที่ทั่วโลกจับตา หลังมีรายงานพบผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจาก “ไวรัสนิปาห์” (Nipah Virus) ในประเทศอินเดีย แม้จะยังไม่มีรายงานการระบาดในประเทศไทย แต่ก็ทำให้หลายคนเกิดความกังวลว่าจะซ้ำรอยโควิด-19 หรือไม่
ความแตกต่างระหว่าง ไวรัสนิปาห์ กับ โควิด-19
ตัวก่อโรค
ไวรัสนิปาห์ : เป็นเชื้อไวรัสชนิด RNA อยู่ในตระกูล Paramyxoviridae กลุ่ม Henipavirus (กลุ่มเดียวกับไวรัสเฮนดรา)
โควิด-19 : เป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา
อาการ
ไวรัสนิปาห์ : อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้ปวดศีรษะรุนแรง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ
ในระยะรุนแรง (ระบบประสาทถูกทำลาย) จะมีอาการเด่นชัดคือ วิงเวียน สับสน ชัก หายใจลำบาก หมดสติหรือเข้าสู่ภาวะโคม่าภายใน 24-48 ชั่วโมง (มีอัตราการเสียชีวิตสูง) ในรายที่รอดชีวิต อาจมีความผิดปกติทางระบบประสาทหลงเหลืออยู่ เช่น อาการบุคลิกภาพเปลี่ยนหรืออาการชักต่อเนื่อง
โควิด-19 : มีไข้ และอาการระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก บางรายอาจมีปอดอักเสบรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
การแพร่กระจายของโรค
ไวรัสนิปาห์ : แพร่ยากกว่าโควิด-19 เนื่องจากไม่ได้แพร่กระจายทางอากาศ (Airborne) ได้โดยง่าย แต่ต้องอาศัยการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งโดยตรง
...
การติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน มีค้างคาวกินผลไม้เป็นโฮสต์ธรรมชาติ และสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น หมู หรือการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนน้ำลายและปัสสาวะของค้างคาว รวมถึงการติดต่อจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิด
การติดต่อจากคนสู่คน เกิดจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น เลือด หรือน้ำลายของผู้ที่ติดเชื้อ
โควิด-19 : แพร่จากคนสู่คนผ่านทางฝอยละอองจาก จมูกหรือปากซึ่งขับออกมาเมื่อผู้ป่วย ไอหรือจาม รับเชื้อจากการหายใจเอาฝอยละอองเข้าไปจากผู้ป่วย หรือจากการเอามือไปจับพื้นผิวที่มีฝอยละอองเหล่านั้นแล้วมาจับตามใบหน้า
ความรุนแรงที่น่ากลัว: อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 75%
สิ่งที่ทำให้ทั่วโลกหวาดหวั่นไวรัสนิปาห์ คือความรุนแรงของโรค จากสถิติการระบาดในหลายพื้นที่พบว่ามีอัตราการเสียชีวิต (Case Fatality Rate) สูงถึง 40% - 75% ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถทางการแพทย์ในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งถือว่าสูงกว่าโรคโควิด-19 หลายเท่าตัว
แนวทางควบคุมโรค
ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ในมนุษย์ แต่กรมควบคุมโรคประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตรายเพื่อเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะหลังมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อในต่างประเทศ เช่น รัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ทำให้ไทยต้องยกระดับการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ทั้งนี้ประเทศอินเดียเคยมีการระบาดของโรคไวรัสนิปาห์มาแล้วในอดีต ตั้งแต่ปี คศ. 2001 และเคยมีการระบาดในหลายประเทศในอาเซียน เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์
แนวทางการป้องกัน
ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับมนุษย์ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการลดความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อ
- หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรอยแทะ: อย่าเสียดายผลไม้ที่ถูกนกหรือค้างคาวแทะกินไปบางส่วน
- ล้างผลไม้ให้สะอาด: ก่อนนำมาบริโภคควรล้างผ่านน้ำไหลอย่างทั่วถึง หรือปอกเปลือก
- เลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย: หากต้องสัมผัสสุกรหรือค้างคาว ควรใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือและหน้ากากอนามัย
- สุขอนามัยส่วนบุคคล: ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
ข้อมูลจาก Department of Biology, Faculty of Science, Chulalongkorn University, กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, หมอจิรรุจน์