"ทนายแก้ว" ยอมรับ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งในสภาทนายความแล้ว เพื่อโชว์สปิริตและแสดงความบริสุทธิ์ใจ ด้านโฆษกสภาทนายความ ชี้ หากพบความผิด ก็ต้องลงโทษ ไม่เกี่ยวกับลาออกหรือไม่ลาออก

จากกรณีที่เมื่อเวลา 13.00 น. ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ "ทนายแก้ว" ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนสั้นๆ หลังจากมีกระแสข่าวว่าได้ไปยื่นหนังสือต่อสภาทนายความ เพื่อลาออกจากตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย สภาทนายความ นั้น

ผู้สื่อข่าวได้โทรไปสอบถามข้อเท็จจริงกับ ทนายแก้ว ทราบว่าได้ทำหนังสือยื่นถึงสภาทนายความ เพื่อขอลาออกจากตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากต้องการแสดงสปิริตของตัวเอง แสดงความบริสุทธิ์ใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

ต่อมา ทีมข่าวสอบถามไปยัง ดร.พีรภัทร ฝอยทอง อุปนายกฝ่ายวิชาการ และโฆษกของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถึงกรณีดังกล่าว โดย ดร.พีรภัทร เผยว่า ทนายแก้วไม่ได้เป็นคณะกรรมการบริหารของสภาทนายความ เป็นแค่คณะกรรมการชุดย่อย ซึ่งมีหลายสิบชุด ซึ่งเขาอาจจะยื่นลาออกจากชุดย่อยที่เขาอยู่ก็ได้ กระบวนการของทนายแก้วมี 2 ส่วนคือส่วนของคดีอาญา ในเรื่องการลวนลาม และเรื่องของมรรยาททนายความ 

ในการดำเนินการจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. ให้ตัวผู้เสียหายมาร้องที่สภาทนายความ หากพบว่าทนายทำผิดมรรยาท หรือ 2. หากหลักฐานปรากฏ ทุกคนรับรู้รับทราบ คณะกรรมการมรรยาทเห็นเอง ก็อาจจะหยิบขึ้นมาพิจารณาความผิดได้ โดยโทษทางกฎหมาย มี 3 เลเวล 1. ภาคทัณฑ์ 2. พักใช้ใบอนุญาตไม่เกิน 3 ปี และ 3. ลบออกชื่อจากทะเบียนทนายความ 

ในการดำเนินการตามโทษ ไม่เกี่ยวกับลาออกหรือไม่ลาออก เพราะสภาทนายความมีหน้าที่กำกับดูแลทนายทั่วประเทศกว่า 9 หมื่นคน ตอนนี้มองว่าทนายแก้วยังคงบริสุทธิ์ จนกว่าการพิสูจน์จะเสร็จสิ้น และก็จะได้รับโทษตามระดับความรุนแรงที่ได้กระทำลงไป

...