นายกสภาทนายความฯ ย้ำจุดยืนปม "ทนายดัง" ถูกกล่าวหาเข้าข่ายกระทำความผิด สั่งกำชับงดปฏิบัติที่เป็นการชั่วคราว ลั่นหากสอบสวนพบทำผิดจริง จะดำเนินการทางวินัยอย่างตรงไปตรงมา
จากกรณี โซเชียลมีการเผยแพร่เรื่องราวของทนายคนดัง มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ถึงเนื้อถึงตัวกับสาวอายุ 19 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของเจ้าของร้านสูทแห่งหนึ่ง จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมา "ทนายแก้ว" ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ยอมรับผิด และแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษทุกฝ่าย แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด แต่จะดำเนินการชี้แจงผ่านกระบวนการที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส โดยคำนึงถึงสิทธิของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบทางเฟซบุ๊กของ ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ตระหนักถึงความสนใจและความห่วงใยของสังคมต่อกรณีที่มีข่าว การกล่าวหาทนายความซึ่งเป็นบุคคลมีชื่อเสียงและดำรงตำแหน่งในสภาทนายความ อาจมีพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำความผิด อันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของวิชาชีพทนายความโดยรวม
ในฐานะนายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนว่า สภาทนายความยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความเสมอภาค และจริยธรรมแห่งวิชาชีพเป็นสำคัญ โดยจะไม่มีการยกเว้นหรือให้เอกสิทธิ์แก่บุคคลใด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีชื่อเสียงหรือดำรงตำแหน่งใดในองค์กรก็ตาม
หากปรากฏข้อกล่าวหาที่มีมูล หรือมีคำร้องพร้อมพยานหลักฐานตามสมควร สภาทนายความจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติทนายความและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยแยกการพิจารณาทางวินัยออกจากกระแสหรือแรงกดดันทางสังคม ทั้งนี้ จะเคารพหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าการสอบสวนจะได้ข้อยุติ
...
ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งในสภาทนายความ เพื่อป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และเพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือขององค์กร สภาทนายความจะกำชับให้บุคคลดังกล่าว งดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร หรือการกำกับดูแลเป็นการชั่วคราว และงดการใช้ตำแหน่งของสภาทนายความในการสื่อสารหรือปกป้องตนเองในที่สาธารณะ
สภาทนายความจะสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาในกรอบที่ไม่กระทบต่อกระบวนการยุติธรรม โดยยืนยันว่าจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด และจะไม่ซ้ำเติมผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่จะยืนอยู่บนข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง
หากผลการสอบสวนปรากฏชัดว่ามีการกระทำผิดจริง สภาทนายความจะดำเนินการทางวินัยอย่างตรงไปตรงมาตามข้อบังคับ และจะเปิดเผยผลการพิจารณาในระดับที่เหมาะสม เพื่อยืนยันต่อสังคมว่าสภาทนายความยืนอยู่ข้างจริยธรรมและศักดิ์ศรีของวิชาชีพ มิใช่ยืนอยู่ข้างบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
สภาทนายความเชื่อมั่นว่า การกล้าตรวจสอบคนของตนเองด้วยความซื่อตรงและเป็นธรรม คือรากฐานสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน และเป็นหลักประกันว่ามาตรฐานแห่งวิชาชีพทนายความจะดำรงอยู่อย่างสง่างามต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และปรากฏข้อเท็จจริงครบถ้วนเป็นที่ยุติ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์จะได้แถลงแนวทางการดำเนินการ เพื่อแจ้งให้พี่น้องประชาชนและทนายความทั่วประเทศทราบโดยทั่วกันต่อไป.
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ดร.ธนพล คงเจี้ยง - นายกสภาทนายความ