"ทนายรณณรงค์" ไขข้อสงสัย ทำไม "เสก โลโซ" ไม่รอดจากการ "ไม่รอลงอาญา" โดยยกเหตุผลสำคัญ "เพราะปืนในมือเขาไม่ใช่แค่ของเล่น"

วันที่ 20 พ.ค. 68 จากกรณีที่ ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ลงโทษจำคุก "เสก โลโซ" นักร้องชื่อดัง 2 ปี 12 เดือน 20 วัน คดีเสพยา-ขัดขวางจับกุม โดยไม่รอลงอาญา ออกหมายขัง คุมตัวไปเรือนจำพิเศษมีนบุรี ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ("เสก โลโซ" นอนคุก ฎีกาแก้โทษจำ 2 ปี 12 เดือน 20 วัน คดีเสพยา-ขัดขวางจับกุม) เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่สร้างความตกใจให้กับสังคมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าบรรดาแฟนคลับ ขณะที่บางส่วนก็อาจจะสงสัยถึงความผิดในด้านของคดีความ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ โดยระบุว่า "เสก โลโซไม่รอลงอาญา เพราะปืนในมือไม่ใช่แค่ของเล่น" โดย ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์

ถ้าจะถามว่าทำไมคดีนี้ถึงไม่รออาญา… ต้องเริ่มจากปืนในมือนั่นแหละครับ

หลายคนสงสัยว่าทำไม "เสก โลโซ" ศิลปินชื่อดังถึงไม่รอดจากการ "รอการลงโทษ" เหมือนคดีอาญาทั่วไป ทั้งที่ดูเผิน ๆ เหมือนเขาแค่ดื้อกับตำรวจ?

คำตอบสั้น ๆ คือ – "เพราะปืนในมือเขาไม่ใช่แค่ของเล่น"

ย้อนเหตุการณ์ : จุดเริ่มจาก 10 นัด บนฟ้า ถึงนาทีขัดขวางตำรวจ

เรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงปลายปี 2560 โดยมี 2 เหตุการณ์สำคัญ :

1. ยิงปืนขึ้นฟ้า

วันที่ 29 ธันวาคม 2560 นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ "เสก โลโซ" เดินทางไปประกอบพิธีที่วัดเขาขุนพนม จ.นครศรีธรรมราช และภายหลังได้ ยิงปืนขึ้นฟ้า 10 นัด โดยอ้างว่าเป็นการยิงถวาย

...

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง :

  •  มาตรา 376 : ยิงปืนในที่สาธารณะ
  • พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ : พกพาอาวุธปืนโดยไม่มีเหตุอันควร

2. ไม่ยอมให้จับ – ขัดขวางโดยมีอาวุธ

ต่อมาในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายจับไปที่บ้านพักของเสก โลโซที่ จ.นครนายก เพื่อดำเนินคดี

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เสก ตะโกน ขัดขืน ด่าทอ และมีอาวุธปืนอยู่ในบ้าน ทำให้การจับกุมต้องใช้กำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ และมีการตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย

พฤติกรรมแบบนี้…ไม่ใช่เรื่องเล็ก

คนทั่วไปอาจคิดว่า แค่ดื้อ ไม่ให้จับ…จะถึงกับติดคุกเลยหรือ?

แต่ในทางกฎหมาย "การขัดขวางเจ้าหน้าที่โดยมีอาวุธ" = เรื่องใหญ่

บทกฎหมายสำคัญที่ใช้ในคดีนี้

มาตรา 138 วรรคสอง

ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี

มาตรา 140 วรรคหนึ่ง

ถ้าการกระทำตาม ม.138 มี "อาวุธ" หรือกระทำร่วมกัน 3 คนขึ้นไป เพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 5 ปี

มาตรา 140 วรรคสาม

ถ้าใช้อาวุธ ปืน หรือ วัตถุระเบิด

ต้อง เพิ่มโทษหนักขึ้นอีกกึ่งหนึ่ง (จาก 5 ปี → 7 ปี 6 เดือน)

วิเคราะห์แบบชัด ๆ : เสก โลโซ "ไม่รออาญา" เพราะเข้าข่ายเพิ่มโทษเต็มขั้น

  • เขา ไม่เพียงแค่ขัดขืนเจ้าพนักงาน แต่ยัง มีอาวุธปืน
  • และปืนที่มีก็ บรรจุกระสุน พร้อมยิง
  • เมื่อเข้าเงื่อนไข "มีอาวุธปืน" = ศาลต้องใช้มาตรา 140 วรรคสาม
  • ซึ่งนำไปสู่การ เพิ่มโทษ "ครึ่งหนึ่ง" จากโทษเดิม

แล้วทำไมศาลถึงไม่รออาญา?

ตาม มาตรา 56 ประมวลกฎหมายอาญา ศาลจะรอการลงโทษได้ก็ต่อเมื่อ

  • จำเลย สำนึกผิด
  • ไม่เป็นภัยต่อสังคม
  • มีแนวโน้มจะ กลับตัวเป็นพลเมืองดี

แต่เสก โลโซ ในช่วงเกิดเหตุ ไม่ได้สำนึก กลับใช้ปืน ขัดขืนตำรวจอย่างเปิดเผย

ศาลจึงเห็นว่า "ไม่เข้าเงื่อนไขที่สมควรจะเมตตาให้รออาญา"

เทียบเคียงคดีอื่น – เสกไม่ใช่รายแรก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 692/2561

  • จำเลยซ่อนปืนไว้ใต้เบาะในรถ
  • ปืนมีกระสุนบรรจุพร้อมยิง
  • ศาลตีความว่า "มีอาวุธพร้อมใช้"
  • ลงโทษตามมาตรา 140 วรรคสาม เช่นเดียวกับกรณีเสก โลโซ

บทสรุปจากทนายรณรงค์ : เปรี้ยวได้…แต่อย่าเปรี้ยวผิดที่

กฎหมายไม่ได้กลัวชื่อเสียงใคร

ต่อให้คุณเป็นร็อกสตาร์แค่ไหน ถ้าด่าตำรวจ-ถือปืน-ขัดขืนการจับกุม

ก็หนีไม่พ้นการลงโทษที่เข้มข้นตามบทกฎหมาย

เพราะเจ้าหน้าที่ที่รักษากฎหมายต้องได้รับความคุ้มครอง

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์