"หมอยง" ชี้วัคซีนป้องกัน "ฝีดาษวานร" โดยตรงยังไม่มี พร้อมแนะวิธีการป้องกันและมาตรการทางสาธารณสุข
วันที่ 24 สิงหาคม 2567 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเรื่อง "วัคซีนป้องกันฝีดาษ วัคซีนป้องกันฝีดาษวานรมีหรือไม่" และ "การป้องกันฝีดาษวานร" โดยระบุว่า
"ก่อนอื่นต้องตอบก่อนว่า วัคซีนที่ป้องกันฝีดาษวานรโดยตรงยังไม่มี เนื่องจากโรคในกลุ่มตระกูลฝีดาษเป็น DNA ไวรัสที่มีขนาดใหญ่ และมีคุณสมบัติหลายอย่างคล้ายกัน จึงทำให้เกิดภูมิต้านทานข้ามสายพันธุ์กันได้ เช่น ถ้าติดฝีดาษวัว สามารถป้องกันการติดเชื้อ และลดอาการของโรคไข้ทรพิษหรือฝีดาษในมนุษย์ได้
ดังนั้น วัคซีนป้องกันฝีดาษแต่เดิม จึงใช้ฝีดาษวัว หรือไวรัสในกลุ่มเดียวกัน Vaccinia ไวรัส เพื่อมาป้องกันฝีดาษในคน การปลูกฝี ทำให้เกิดตุ่มหนองของฝีดาษวัวอาการไม่รุนแรง ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้น จึงสามารถป้องกันไข้ทรพิษได้เป็นอย่างดี ทำให้โรคไข้ทรพิษสูญสิ้นหมดไป
เมื่อมีการระบาดของฝีดาษวานร ก็พบว่าวัคซีนป้องกันฝีดาษที่เคยถูกใช้ หรือกำลังพัฒนาอยู่ หรือคนที่เคยปลูกฝีมาแล้ว จึงมีภูมิต้านทาน สามารถป้องกันโรคฝีดาษวานร ได้ในปีแรกๆ และอาจจะเป็น 10 ปี หลังจากนั้นภูมิลดลงก็อาจจะเกิดติดเชื้อได้ แต่ความรุนแรงของโรคลดลง คนที่เคยปลูกฝีมานานแล้วแล้วถึงแม้ว่าติดโรค เมื่อเป็นฝีดาษแทบจะไม่มีใครตายเลย จึงเชื่อว่าภูมิคงค้างอยู่ตลอดชีวิต จึงมีการนำเอาวัคซีนที่พัฒนาขึ้นป้องกันไข้ทรพิษ หรือฝีดาษ มาป้องกันฝีดาษวานรด้วย
วัคซีนในปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้ดีขึ้นมาโดยตลอด โดยมีจุดหมายเพื่อป้องกันไข้ทรพิษ โดยเฉพาะยังหวาดกลัวกันในเรื่องของสงครามเชื้อโรค ที่อาจจะใช้เชื้อฝีดาษมาเป็นอาวุธ การพัฒนาวัคซีนฝีดาษเข้าสู่ใน Generation ที่ 3 เป็นวัคซีนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อให้เกิดอาการข้างเคียงน้อยที่สุด รายละเอียดของชนิดวัคซีนจะกล่าวในตอนต่อไป
...
สำหรับการป้องกันและมาตรการทางสาธารณสุข ที่สำคัญจะต้องไม่ให้เกิดการระบาดของโรค สิ่งสำคัญคือทุกคนต้องช่วยกัน ดังนี้
- พยายามหลีกเลี่ยงหรือสัมผัสกับบุคคลที่ต้องสงสัยว่าเป็นฝีดาษวานร มีตุ่มน้ำสงสัยว่าเป็นฝีดาษวานร และสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงที่อาจจะนำเชื้อ Mpoxvirus โดยเฉพาะสัตว์ต่างถิ่น สัตว์ที่นำเข้ามาจากแอฟริกาในตระกูลหนู
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า หรือไม่รู้จัก โดยเฉพาะในกลุ่มชายรักชาย
- ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เช่นในกลุ่ม ชายรักชาย หรือ จะต้องเดินทางไปในประเทศแอฟริกา ควรจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน
- ดูแลสุขภาพอนามัยให้แข็งแรง ล้างมือ อยู่เป็นนิจ
- ติดตามและรับรู้ข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข ข้อมูลที่ปรากฏทางสื่อสังคมออนไลน์ ให้รู้จักคิดและวิเคราะห์ ว่าเป็นข้อมูลปลอมหรือข้อมูลจริง".
ขอบคุณเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan