พารู้จัก "โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส" ภัยเงียบที่มากับสายฝนและลมหนาว ย้ำสัญญาณเตือนภัยที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะวิธีการป้องกัน
เฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ข้อความเรื่อง "โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส" โดยระบุว่า "ประกาศๆ ขอเรียนพี่น้องประชาชนให้ทราบถึงภัยเงียบที่มากับสายฝนและลมหนาว นั่นคือ "โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส" ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae ที่สามารถก่อให้เกิดโรคได้หลากหลาย ตั้งแต่โรคที่พบได้บ่อย เช่น ปอดอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ หลอดลมอักเสบ และไซนัสอักเสบ ไปจนถึงโรคร้ายแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต อย่างเยื่อหุ้มสมองอักเสบและการติดเชื้อในกระแสเลือด
ใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง?
โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย แต่กลุ่มเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
- เด็กเล็ก: โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี เนื่องจากภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่
- ผู้สูงอายุ: ภูมิต้านทานโรคเริ่มลดลงตามวัย
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว: เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต รวมถึงผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
สัญญาณเตือนภัยที่ไม่ควรมองข้าม
อาการของโรคนี้ มักเริ่มต้นด้วยไข้สูงติดต่อกัน 2-3 วัน หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์โดยทันที
- หายใจหอบเหนื่อย
- หายใจลำบาก
- เจ็บหน้าอก
- ปวดหู
...
- ไอมีเสมหะ
การป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส
- ฉีดวัคซีน : เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรค โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ซึ่งช่วยลดการเกิดอุบัติการณ์การเกิดโรค และการแพร่กระจายเชื้อ
- รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล : ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือใช้แอลกอฮอล์เจล
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย : โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการไอ จาม
- หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด : โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโรค
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันดูแลสุขภาพตนเองและคนรอบข้าง ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นฤดูฝนและฤดูหนาวนี้ไปได้อย่างปลอดภัย.
ขอบคุณเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร