อัปเดตข้อมูลควรรู้ ก่อนลงทะเบียนรับสิทธิ "โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต" เช็กวันลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไป ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน รวมถึงวันที่จะได้ใช้เงิน
ความคืบหน้า "โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต" มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น หลังจากมีการแถลงใหญ่รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการที่มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริม ให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ โดยครอบคลุม 878 อำเภอ ในการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ที่จะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ให้แก่ประชาชนที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ
ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าว และชุมชนมีความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจ สามารถพึ่งพาตนเองได้ ตลอดจนสร้างและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน รวมถึงภาคธุรกิจ เสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน ตลอดจนเป็นการวางรากฐานโครงสร้างรัฐบาลดิจิทัลซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนทำธุรกรรมกับภาครัฐผ่านช่องทางดิจิทัลในอนาคต โดยมีข้อควรรู้ก่อนวันลงทะเบียน ดังนี้
ขั้นตอนการสมัครใช้งาน "แอปฯ ทางรัฐ"
ประชาชนทุกคนที่มีคุณสมบัติตามที่โครงการฯ กำหนด มีแนวทางการลงทะเบียนรับสิทธิ โดยเริ่มต้นจากการสมัครใช้งาน "แอปฯ ทางรัฐ" เพื่อเป็นการเตรียมตัว ก่อนลงทะเบียนขอรับสิทธิ "ดิจิทัลวอลเล็ต" ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้
1. สมัครใช้งานแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ผ่านสมาร์ทโฟนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
- ระบบ IOS : https://apple.co/3CzuUqj
- ระบบ Android : https://bit.ly/3lNngmo
...
2. เปิดแอปทางรัฐ กดปุ่ม สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ แล้วกดที่คำว่า สมัครสมาชิก
3. กดปุ่ม สมัครด้วยบัตรประชาชน บนแอปทางรัฐที่เดียว ไม่ต้องใช้แอปอื่น ไม่ต้องไปเสียบบัตรที่ Counter Service ช่วยให้ท่านลงทะเบียนได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
4. อ่านข้อกำหนดและความเป็นส่วนตัว จากนั้นกด ที่ฉันยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขแล้วกด ยอมรับ
5. อ่านข้อแนะนำในการถ่ายรูป บัตรประชาชน จากนั้น กดปุ่มเพื่อถ่ายรูป
6. กรอกข้อมูลของท่านและตรวจสอบ ให้ถูกต้องตามบัตรประชาชน แล้วกดปุ่ม ยืนยันตัวตน
7. อ่านข้อแนะนำในการสแกนใบหน้า จากนั้นเริ่ม สแกนใบหน้าของท่าน
8. กำหนด ชื่อบัญชีผู้ใช้ และรหัสผ่าน ในการเข้าสู่แอปฯ แล้วกด ยืนยัน
9. ตั้งค่า PIN Code 6 หลัก แล้วกดยืนยัน PIN Code อีกครั้ง
10. เปิดใช้งานการสแกนใบหน้าของท่าน โดยกดที่ใช้งาน
11. จากนั้นกด เริ่มใช้งาน ได้เลย
12. ระบบจะพาท่านกลับมาที่หน้าหลัก ให้กดที่หมวดหมู่ นโยบายรัฐบาล
13. แล้วเลือกที่บริการ "ลงทะเบียนขอรับสิทธิ Digital Wallet"
14. อ่านรายละเอียดบริการจากนั้นกดปุ่ม อนุญาต แล้วเตรียมพร้อมรอติดตาม ประกาศวัน กดยืนยันขอรับสิทธิ จากรัฐบาลอย่างเป็นทางการได้เลย
กำหนดวันลงทะเบียนรับสิทธิ "เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท"
1. กลุ่มประชาชนผู้ใช้สมาร์ทโฟน
ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม-15 กันยายน 2567 จะเปิดให้ประชาชนทั่วไป ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" บนสมาร์ทโฟน โดยไม่มีการจำกัดจำนวนประชาชน ที่จะเข้าร่วมใช้สิทธิในโครงการฯ
ดังนั้น ประชาชนทุกคนที่มาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ และมีคุณสมบัติครบถ้วน ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งรัฐบาลได้ประมาณการไว้จำนวน 45-50 ล้านคน
2. กลุ่มประชาชน ที่ไม่ใช้สมาร์ทโฟน
ระหว่างวันที่ 16 กันยายน-15 ตุลาคม 2567 จะเป็นการลงทะเบียนประชาชนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการให้เข้าร่วมโครงการฯ ได้ในระยะต่อไป โดยจะให้มีการลงทะเบียน และยืนยันตัวตนผ่านช่องทางที่กำหนด ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติ สถานะบุคคล และที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เช่นเดียวกับกลุ่มผู้มีสมาร์ทโฟน
สำหรับการใช้จ่ายนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชน แต่การใช้สิทธิซื้อสินค้าจากร้านค้าจะทำได้ในวงแคบกว่าการใช้สิทธิของประชาชนกลุ่มที่มีสมาร์ทโฟน ดังนั้นการลงทะเบียนผ่านสมาร์ทโฟนจะสามารถใช้งานได้สะดวกกว่า จึงแนะนำให้พยายามลงทะเบียนผ่านทางสมาร์ทโฟนก่อนเป็นอันดับแรก
3. การลงทะเบียนร้านค้า
สำหรับการลงทะเบียนร้านค้า กำหนดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป โดยคาดว่าร้านที่เข้าร่วมโครงการจะมีไม่ต่ำกว่า 2 ล้านร้านค้า สำหรับการลงทะเบียนร้านค้า จะมีการแถลงข่าวเพิ่มเติม เพื่อแจ้งเกี่ยวกับคุณสมบัติของร้านค้า ช่องทางและวิธีการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ และเงื่อนไขอื่นๆ ให้ทราบต่อไป
เงินดิจิทัล 10,000 บาท ได้วันไหน
สำหรับ กำหนดการเงินดิจิทัลวอลเล็ต จะเริ่มใช้จ่ายได้ภายในไตรมาส 4 ของปี 2567 หรือช่วงเดือน ตุลาคม-ธันวาคม 2567 โดยมีวิธีการใช้จ่าย ระหว่างประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้า ภายใต้โครงการฯ โดยประชาชนสามารถใช้ได้ในพื้นที่ระดับอำเภอ ทั่วประเทศ (878 อำเภอ) ดังนี้
1. การชำระเงินภายใต้โครงการฯ เป็นแบบพบหน้า (Face to Face) โดยจะต้องตรวจสอบจาก
- ที่อยู่ของร้านค้าเป็นไปตามที่ลงทะเบียนไว้กับโครงการฯ
- ที่อยู่ของประชาชนที่ใช้สิทธิตามทะเบียนบ้านในขณะที่ลงทะเบียนโครงการฯ
- ขณะที่ใช้จ่ายกับร้านค้า ต้องอยู่ในเขตอำเภอเดียวกัน การชำระเงินจึงจะสมบูรณ์
2. ประชาชนจะต้องใช้จ่ายกับร้านค้าขนาดเล็กที่รวมถึงร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก โดยไม่รวมห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก-ค้าส่งสินค้าขนาดใหญ่ระดับประเทศและระดับท้องถิ่น
3. ร้านค้าไม่สามารถถอนเงินสดได้ทันที หลังประชาชนใช้จ่าย แต่ร้านค้าจะสามารถถอนเงินสดได้เมื่อมีการใช้จ่ายตั้งแต่รอบที่ 2 เป็นต้นไป
เงื่อนไขของสินค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้
1. สินค้าทุกประเภทเข้าร่วมโครงการได้
ยกเว้นสินค้า Negative List ได้แก่ สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ กัญชา กระท่อม พืชกระท่อม ผลิตภัณฑ์จากกัญชาและกระท่อม บัตรกำนัล บัตรเงินสด ทองคำ เพชร พลอย อัญมณี น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือสื่อสาร
2. การใช้จ่ายตามโครงการฯ ไม่รวมถึงธุรกิจบริการ
ทั้งนี้ การปรับปรุงสินค้า Negative List ให้เป็นไปตามที่กระทรวงพาณิชย์ พิจารณากำหนด (เงื่อนไขของสินค้า ครอบคลุมถึงการใช้จ่ายระหว่างประชาชนกับร้านค้า และการใช้จ่ายระหว่างร้านค้า)
วิธีการใช้จ่ายเงินที่สามารถใช้จ่ายได้
รอบที่ 1 เป็นการใช้จ่ายระหว่างประชาชนกับร้านค้าขนาดเล็กจนถึงร้านค้าสะดวกซื้อขนาดเล็ก
- ประชาชนต้องชำระค่าสินค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์บนแอปพลิเคชันของหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการฯ ให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้า ที่มีลักษณะเข้าข่ายเป็นร้านค้าขนาดเล็กจนถึงร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด โดยไม่รวมห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก-ค้าส่งสินค้าขนาดใหญ่ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น
- ต้องมีการซื้อ-ขายสินค้ากันจริง
- เป็นการใช้จ่ายเชิงพื้นที่ในระดับอำเภอ (878 อำเภอ) โดยประชาชนต้องมีที่อยู่ในทะเบียนบ้านในอำเภอเดียวกันกับสถานประกอบการของผู้ประกอบการร้านค้าขนาดเล็ก
- การซื้อ-ขายสินค้า ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องมีการทำธุรกรรมซื้อขายและสแกน QR Code เพื่อชำระค่าสินค้ากันแบบพบหน้า (face-to-face) และไม่มีกระบวนการใดๆ ในการซื้อขายที่ดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ หรือผ่านคนกลาง ไม่ว่าด้วยวิธีการใด และไม่ให้ทำซ้ำ ส่งต่อหรือวิธีการอื่นใดกับ QR Code ในแอปพลิเคชันของหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมแบบพบหน้าดังกล่าว
รอบที่ 2 เป็นต้นไป เป็นการใช้จ่ายระหว่างร้านค้ากับร้านค้า
- ผู้ประกอบการร้านค้าต้องชำระค่าสินค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์บนแอปพลิเคชันของหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการฯ ให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าอีกแห่งหนึ่ง
- ต้องมีการซื้อ-ขายสินค้ากันจริง
"ร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษี" เป็นร้านค้าที่จะสามารถถอนเงินสดได้
1. ร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีที่สามารถถอนเงินสดจากโครงการฯ ได้แก่
1.2 ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ
1.2 ภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือ
1.3 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเฉพาะผู้มีเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร
เว้นแต่ร้านค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีตามประมวลรัษฎากร โดยร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีข้างต้นต้องมีการปฏิบัติหน้าที่ทางภาษี ดังนี้
- กรณีร้านค้าที่ประกอบกิจการตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป จะต้องเป็น ผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ในปี 2565 และ 2566 ติดต่อกัน 2 ปี
- กรณีร้านค้าที่ประกอบกิจการน้อยกว่า 2 ปี จะต้องเป็นผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ติดต่อกันตั้งแต่เริ่ม ประกอบกิจการจนถึงปัจจุบัน
- ร้านค้าใหม่ที่ยังไม่ครบกำหนดยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ในปีภาษีแรกหรือรอบระยะเวลา บัญชีแรกจะพิจารณาจากการยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น
2. ร้านค้าต้องใช้หมายเลขโทรศัพท์แบบรายเดือนในการลงทะเบียนรับสิทธิ
(ติดตามข่าว เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ได้ที่นี่)
อ้างอิง : digitalwallet.go.th