รพ.นครพิงค์ เผยเคสเด็ก 4 ปี ท้องอืดโต อัลตราซาวนด์พบ "ก้อนเนื้องอก" ขนาดใหญ่ที่ปีกมดลูก เตือน "เนื้องอกรังไข่ในเด็ก" พบไม่บ่อย แต่ไม่ควรมองข้าม
วันที่ 6 กรกฎาคม 2567 มีรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลนครพิงค์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เนื้องอกรังไข่ในเด็ก พบไม่บ่อยแต่ไม่ควรมองข้าม ปวดท้อง ท้องอืดคลำได้ก้อนในท้อง ควรปรึกษาแพทย์
เด็กหญิง วัย 4 ปี ปวดท้องน้อย 1-2 วันก่อนมาโรงพยาบาล คุณยายสังเกตว่าเด็กท้องอืดโตขึ้น และต่อมาอาการปวดท้องเป็นมากขึ้น ผู้ปกครองจึงพามาโรงพยาบาล สูตินรีแพทย์ได้ตรวจร่างกาย อัลตราซาวนด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ พบว่ามีก้อนเนื้องอกที่ปีกมดลูกขนาดใหญ่
ได้รักษาด้วยการผ่าตัด พบว่ามีเนื้องอกที่รังไข่ข้างซ้ายและมีการบิดขั้วของตัวรังไข่ จึงได้ทำการตัดก้อนเนื้องอกออก การผ่าตัดเรียบร้อยดี ผลชิ้นเนื้อพบเป็นเนื้องอกธรรมดาของรังไข่ ไม่ใช่เนื้อร้าย ผู้ป่วยได้รับการดูแลหลังผ่าตัด และมีนัดตรวจติดตามอาการและเฝ้าระวังการเกิดเนื้องอกซ้ำ
เนื้องอกรังไข่ในเด็ก เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยในเด็ก แต่พบได้ทุกช่วงอายุ สาเหตุแตกต่างจากผู้ใหญ่ โดยในเด็กมักจะเป็นเนื้องอกธรรมดา หรือถุงน้ำที่รังไข่ที่ไม่ใช่เนื้อร้าย มีเพียง 3-8% เท่านั้น ที่เป็นมะเร็งที่รังไข่ (คิดเป็น 1% ของมะเร็งในเด็ก) โดยในส่วนของมะเร็ง มักเกิดจากมะเร็งเซลล์สืบพันธุ์ของรังไข่ (Germ cell tumor)
อาการของเนื้องอกรังไข่ส่วนใหญ่ มักเริ่มจากการมีท้องอืด คลำได้ก้อนในท้อง ปวดท้อง รวมถึงอาการกดเบียดของก้อนไปที่อวัยวะข้างเคียง ได้แก่ อาเจียน ขับถ่ายผิดปกติ ซึ่งมีความสำคัญที่ผู้ปกครองควรสังเกตอาการและพาบุตรหลานมาพบแพทย์
...
การวินิจฉัยโรคแยกโรคอาศัยลักษณะอาการของผู้ป่วย ร่วมกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่
- การตรวจทางรังสีวิทยา เช่น การตรวจคลื่นความถี่สูง หรือการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อดูรอยโรคและการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง
- การตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor marker) ได้แก่ AFP, B-HCG, CA-125, CA19-9 อาจพบค่าสูงกว่าปกติได้ในกรณีที่เป็นมะเร็ง
- การวินิจฉัยและการรักษาต้องอาศัยการผ่าตัดเป็นหลัก เพื่อตัดเอาก้อนมาส่งตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อจำแนกชนิดและดูความเป็นมะเร็ง รวมถึงประเมินการกระจายของโรคไปยังต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะข้างเคียง
- เนื้องอกรังไข่ที่ไม่ใช่มะเร็ง ส่วนใหญ่มักมีลักษณะเป็นถุงน้ำ อาจเป็นถุงน้ำปกติ เป็นเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่ หรือเป็นหนองจากการติดเชื้อในช่องท้อง ก้อนมักมีขนาดไม่ใหญ่ (<8-10 cm) บางครั้งพบการบิดขั้ว ทำให้มีอาการปวดท้องแบบรุนแรงได้
เนื้อร้ายที่พบบ่อยที่ตำแหน่งนี้คือ มะเร็งเซลล์สืบพันธุ์ของรังไข่ เป็นเนื้องอกของเซลล์ที่จะพัฒนาไปเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ (Germ cell tumor) พบมากเป็นลำดับที่ 5 ของโรคมะเร็งในเด็ก พบบ่อย 2 ช่วงอายุ คือ ในอายุ 1-4 ปี และ 15-19 ปี อาการมักค่อยเป็นค่อยไป ร้อยละ 85%
สามารถคลำได้ก้อนที่ท้องน้อยตรงอุ้งเชิงกราน ร้อยละ 10-15 มีปวดท้องแบบรุนแรงจากการมีเลือดออก การบิดขั้ว หรือการแตกออกของก้อนมะเร็ง การรักษาทำได้โดยการผ่าตัด และให้เคมีบำบัด หากทำการผ่าตัดได้ยาก อาจพิจารณาให้การรักษาเคมีบำบัดก่อนเพื่อลดขนาดของก้อนเพื่อให้ผ่าตัดง่ายขึ้น
แพทย์หญิงกนิษฐา มั่นเข็มทอง กุมารแพทย์ สาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลนครพิงค์.
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก โรงพยาบาลนครพิงค์