"สำนักงานป้องกันควบคุมโรค" เตือน "โรคฉี่หนู" กลับมาระบาดอีกครั้ง หลัง 4 จังหวัดภาคอีสานใต้ พบผู้ป่วยแล้ว 68 ราย เสียชีวิต 2 ศพ


วันที่ 22 มิ.ย. 2567 นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน หลายพื้นที่เริ่มมีฝนตก มีน้ำท่วมขังตามท้องไร่ท้องนา หรือบนท้องถนน ประชาชนควรระมัดระวัง "โรคเลปโตสไปโรสิส" หรือ "โรคฉี่หนู" เป็นพิเศษ เนื่องจากการเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือแช่น้ำเป็นเวลานาน มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคฉี่หนูได้ง่าย ซึ่งโรคฉี่หนูเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า เชื้อเลปโตสไปร่าจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก เยื่อบุตา จมูก ปาก หรือเข้าทางผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานาน ซึ่งมักจะระบาดช่วงหน้าฝนและช่วงหลังน้ำลด

สำหรับสถานการณ์โรคฉี่หนูในเขตสุขภาพที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567–17 มิ.ย. 2567 มีผู้ป่วยสะสม 68 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสมแล้ว 2 ราย เมื่อแยกเป็นรายจังหวัดอีสานตอนล่างในเขตดูแลของเขตสุขภาพที่ 9 พบว่า จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วยมากสุด 26 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย รองลงมาคือ จ.บุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 18 ราย, จ.สุรินทร์ มีผู้ป่วย 13 ราย เสียชีวิต 1 ราย และ จ.ชัยภูมิ มีผู้ป่วย 11 ราย ซึ่งกลุ่มอายุที่ป่วยสูงสุด คือ กลุ่มอายุ 55-64 ปี และ 65 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 45-54 ปี และกลุ่มอายุ 34-44 ปี ตามลำดับ

...

ส่วนอาชีพที่พบผู้ป่วยสูงสุดคือ อาชีพเกษตรกรรม เพราะในช่วงหน้าฝนซึ่งเป็นฤดูเพาะปลูก เกษตรกรต้องเดินลุยในที่ที่มีน้ำขัง หรือพื้นดินชื้นแฉะ จึงมีโอกาสติดเชื้อที่ปนเปื้อนมากับปัสสาวะสัตว์ อาทิ วัว ควาย หมู หมา แพะ และหนู ได้ รวมทั้งผู้ที่ทำงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์, โรงฆ่าสัตว์, ผู้ที่ชำแหละสัตว์ที่มีเชื้อโรคฉี่หนู เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคนี้

ขณะที่ การรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค ก็มีความเสี่ยงป่วยติดเชื้อโรคฉี่หนูได้ โดยอาการเริ่มจากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว และปวดมากโดยเฉพาะที่น่องและโคนขา คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ตาแดง เป็นต้น โดยหากมีอาการดังกล่าวนี้ ต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว อย่าซื้อยามากินเอง เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้ และต้องแจ้งประวัติการเดินลุยน้ำให้แพทย์ทราบด้วย เพื่อแพทย์จะได้วินิจฉัยโรคและทำการรักษาอย่างถูกต้อง โดยจะให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อโรคตามอาการและตามความรุนแรงของโรค

อย่างไรก็ตาม ประชาชนจึงควรหลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าลุยน้ำย่ำโคลน หรือแช่น้ำเป็นเวลานาน เพราะอาจติดเชื้อโรคฉี่หนูได้ แต่หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบูตป้องกัน หากไม่มีรองเท้าบูต สามารถนำถุงพลาสติกที่สะอาดมาสวมเพื่อป้องกันไม่ให้เท้าสัมผัสน้ำโดยตรง เมื่อลุยน้ำเสร็จให้รีบล้างมือล้างเท้าด้วยสบู่และน้ำโดยเร็ว และกรณีที่มีบาดแผล ควรปิดแผลด้วยปลาสเตอร์กันน้ำ ล้างมือ-ล้างเท้าบ่อยๆ และอาบน้ำชำระร่างกายทันทีหลังเสร็จจากการทำงานหรือลุยน้ำเสร็จ

นอกจากนี้ ให้หลีกเลี่ยงการกินอาหารค้างคืนโดยไม่มีภาชนะปิด เพราะอาจติดเชื้อโรคจากหนูและสัตว์นำโรคอื่นๆ หากมีอาการป่วย สงสัยว่าอาจติดเชื้อโรคฉี่หนู ให้รีบไปพบแพทย์ทันที และสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน กรมควบคุมโรค โทร. 1422.