กรรมการวัดบ้านไร่ ตั้งคำถามเอามาจากไหน ของจริงหรือปลอม กรณีโซเชียลแชร์ภาพหลอดเลือด อ้างเป็นโลหิตธาตุ "หลวงพ่อคูณ" เกจิดัง หนึ่งในมวลสาร สร้างวัตถุมงคล
วันที่ 14 มิ.ย. 2567 จากกรณี โลกโซเชียล มีการแชร์ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เป็นภาพหลอดเก็บตัวอย่างเลือด มีสติกเกอร์แปะข้อความชื่อระบุว่า หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ 87 ปี และมีรหัสระบุอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลข AN : 543333 โดยผู้โพสต์ได้มีการโพสต์ลงในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ "หลวงปู่ศิลา สิริจันโท รุ่นยอดเศรษฐี" ซึ่งระบุข้อความเอาไว้ด้วยว่า "โลหิตธาตุ หลวงพ่อคูณ น้ำตาจะไหล กราบขอบพระคุณครับ #รุ่นยอดเศรษฐี"
ซึ่งในภาพ เป็นรูปหลอดเลือดของพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง "หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ" เกจิดังแห่งวัดบ้านไร่ ที่มรณภาพไปแล้ว และมีลูกศิษย์และประชาชนต่างเคารพนับถือ ซึ่งหลอดเลือดดังกล่าวจะเป็น 1 ในมวลสารที่จะไปจัดทำวัตถุมงคล ซึ่งหลากหลายความเห็นก็พูดตรงกันว่าไปเอามาได้อย่างไร หรือจะเป็นการซื้อออกมาในราคาหลักล้าน
อ่านข่าว : เซียนพระอ้าง ครอบครองโลหิตธาตุของหลวงพ่อคูณ ยังไม่รู้หลุดจาก รพ.ไหน
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่ วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พบ นายสนอง หวังหยิบกลาง ประธานกรรมการบริหาร โครงการวัดบ้านไร่สร้างหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ องค์ใหญ่ เผยว่า จากกรณีที่มีกลุ่มผู้จัดสร้างวัตถุมงคลมีการโพสต์ข้อความและภาพ โลหิตธาตุหลวงพ่อคูณ ตนมองว่าไม่เหมาะสม เพราะที่ผ่านมาการจัดตั้งวัตถุมงคลก็ไม่เคยมีการนำเลือดของครูบาอาจารย์ท่านใดมาจัดสร้าง ยิ่งเป็นโลหิตธาตุของหลวงพ่อคูณยิ่งไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และคำถาม อยากจะทราบว่าไปนำโลหิตธาตุของหลวงพ่อคูณมาจากไหน ซึ่งดูแล้วพบว่า มีการระบุชื่อหลวงพ่อคูณ และอายุ 87 ปี อย่างชัดเจน
โดยตนเองก็ไม่มั่นใจว่าเป็นเลือดของจริงหรือไม่ เนื่องจากว่าหลวงพ่อคูณ มรณภาพตอนอายุ 92 ปี ซึ่งจะห่างกันประมาณ 5 ปี จึงอยากรู้ว่าไปเอามาจากที่ใด อยากให้ออกมาชี้แจงว่าไปเอามาจากไหน เพื่อให้สังคมได้รับทราบ เพราะปกติเลือดของหลวงพ่อคูณจะต้องอยู่ที่โรงพยาบาลเท่านั้น ขณะนี้ได้มีการปรึกษากับทางทีมกฎหมาย เพื่อหารือกับเรื่องดังกล่าว ว่าผิดข้อกฎหมายอะไรบ้าง
ขณะที่ทางวัดบ้านไร่ เวลาจะสร้างวัตถุมงคล ก็จะมีแค่มวลสารของพระเก่า และเกศาของหลวงพ่อคูณ ไม่เคยมีอัฐิหรือแม้แต่โลหิตธาตุของหลวงพ่อคูณมาอยู่ในขั้นตอนการจัดตั้งแต่อย่างใด จึงแปลกใจว่าไปนำมาจากไหน
...
ด้าน นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลนครราชสีมา ผู้ดูแลหลวงพ่อคูณปริสุทโธ เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า ตามระเบียบแล้วเลือดของคนไข้จะไม่สามารถที่จะนำไปให้บุคคลภายนอกได้ เพราะเป็นระบบแล็บของทางโรงพยาบาลไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน และมันไม่ใช่เรื่องที่จะนำออกไป เพราะเวลาเจาะเลือดก็ต้องนำส่งห้องแล็บ หลอดเลือดดังกล่าวนั้นก็ยังไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเป็นของจริงหรือไม่
ส่วนการที่นำโลหิตธาตุของหลวงพ่อคูณมาเป็นมวลสารในการสร้างวัตถุมงคลนั้น ตนมองว่า เป็นประเด็นที่ค่อนข้างจะละเอียดอ่อน ให้ประชาชนเป็นคนคิดเอาเองว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่โดยหลักการแล้วเลือดของคนไข้ที่มีการเจาะที่โรงพยาบาลจะไม่มีการนำออกไปข้างนอกยกเว้นไปโดยวิธีอื่นที่ไม่ตามระบบ.