เปิดใจ "หมอเจต" ทีมแพทย์ เพจ "ห้องฉุกเฉินต้องรู้" เล่าที่มาโครงการวาดกระเป๋า แลกเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ
วันที่ 10 มิถุนายน 2567 มีรายงานว่า แฟนเพจเฟซบุ๊ก ห้องฉุกเฉินต้องรู้ ได้มีการแชร์โพสต์ประชาสัมพันธ์โครงการวาดกระเป๋าแลกเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ หรือ เออีดี เพื่อมอบให้ทีมกู้ชีพในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจ และเข้าไปติดต่อสั่งซื้อกันเป็นจำนวนมาก
โดย นายแพทย์เจตพัฒน์ ทวีโภคา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ฉุกเฉิน หรือ "หมอเจต" ได้ให้ข้อมูลกับทาง "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" โดยเผยถึงจุดเริ่มต้นของการทำโครงการวาดแลกเครื่องกระตุกไฟฟ้าว่า เริ่มแรกมาจากการที่เดินทางไปประเทศลาว หลวงพระบาง เราเป็นทีมแพทย์อาสา ไปดูเขาก่อนว่าเราจะช่วยเหลืออะไรเขาได้บ้าง เมื่อประมาณวันที่ 4-6 มิ.ย. 67
เราเป็นทีมแพทย์อาสา ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล กู้ชีพที่เชี่ยวชาญฉุกเฉิน ดูแลคนไข้บนถนน ไปเป็นอาสาที่นั่น วัตถุประสงค์คืออยากจะไปแลกเปลี่ยนความรู้การกู้ชีพขั้นสูง เพราะที่หลวงพระบางเขาก็มีหน่วยงานกู้ชีพ แต่เพิ่งมีได้ไม่นาน จึงมีโอกาสได้ไปคุยและเห็นว่าความรู้ที่เรามีในฐานะคุณหมอ พยาบาลฉุกเฉินน่าจะให้ความรู้ได้ สรุปก็คือไปสอนกู้ชีพ สอนให้เขาดูแลคนไข้ให้ดีขึ้น
ซึ่งก็มีการสอนเรื่องปั๊มหัวใจ แล้วก็ค้นพบว่ามีอะไรบ้างที่เขาสามารถต่อยอดได้ นั่นก็คือ "เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ" หรือ เออีดี ซึ่งเป็นเครื่องที่จะช่วยกระแสไฟฟ้าในการรักษาผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น หรือที่เรียกว่า การช็อตไฟฟ้า ในที่นั่นมี แต่อาจจะยังมีไม่เพียงพอเท่าไร ทางทีมเห็นว่ามันมีโอกาสที่จะต่อยอดได้ เลยคิดว่าน่าจะมีเครื่องนี้ เพราะเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ สำหรับช่วยเหลือคนไข้
...
พอบินกลับมาก็คิดว่า พอจะมีทางไหนที่จะช่วยได้ เพราะเครื่องก็มีราคาค่อนข้างสูง แต่ทางเพจไม่ได้มีอุดมการณ์เรื่องการบริจาคอยู่แล้ว แต่ถ้าติดต่อหน่วยงานภาครัฐ ก็จะมีระเบียบทางราชการซึ่งทางเพจเราก็เป็นแค่เพื่อนๆ ทีมฉุกเฉินที่มารวมกัน ไม่ใช่องค์กรเป็นตัวเป็นตน การทำเรื่องขอภาครัฐจึงไม่ใช่ทางของเรา มันดูไม่น่าจะเป็นไปได้
เลยทำแบบนี้ คือ แทนที่จะรับบริจาคเราก็แลกเอา วาดภาพในกระเป๋า ซึ่งผู้ที่สนับสนุนเพจเรา เขาก็ซื้อประเป๋าไป เงินส่วนนี้ก็จะมาใช้ในซื้อเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ มันก็เลยมาในรูปแบบของกระเป๋า ในราคาที่สมเหตุสมผลคือ 350 บาท ซึ่งเพจไม่มีนโยบายในการรับบริจาคเลย ส่วนสาเหตุที่ใช้กระเป๋า เพราะกระเป๋าเป็นสินค้าที่คนใช้เยอะ แล้วก็ใช้กระเป๋าผ้า คนก็จะใช้ถุงพลาสติกน้อยลง จึงเลือกใช้กระเป๋า เพื่อให้คนซื้อไปได้ใช้ และสนุบสนุนโครงการของเรา
ส่วนในเรื่องของรูปภาพ เราเป็นเพจฉุกเฉิน รูปวาดก็จะเกี่ยวกับเรื่องการปั๊มหัวใจ รูปมือที่กำลังกดหน้าอก หมายถึงคนที่ถือใบนี้ก็ต้องเข้าใจการปั๊มหัวใจระดับหนึ่ง ให้ตระหนักว่าการปั๊มหัวใจมีความสำคัญ เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งในงานศิลป์ ส่วนรูปอื่นก็มีทีมกู้ชีพที่มาปั๊มหัวใจ ทีมกู้ชีพปั๊มหัวใจกันเป็นวงกลม ซึ่งมันก็จะเข้าสู่กลุ่มเป้าหมาย ทั้งประชาชนทั่วไป ทีมกู้ชีพ และคนกู้ภัย
"หมอเจต" เผยต่อว่า หลังจากที่เผยแพร่ไปแล้ว ผลตอบรับดีมาก ยอดกระเป๋าก็จะครบ 100 ใบแล้ว มีความต้องการเป็นอย่างยิ่ง แต่มันเป็นงานวาดก็คงจะได้แค่ 100 ใบ เพราะเราไม่ได้เป็นโรงงาน ต้องการให้เป็นลายลิมิเต็ด แต่ถามว่าขายเท่านี้จะพอกับเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติไหม ก็คงไม่พอ ซึ่งในทีมก็ช่วยกันออกเองบ้าง คนที่อยู่ในทีมก็บริจาคกันเอง อาจารย์บางท่าน และครูกู้ชีพก็นำเงินที่ได้จากค่าบรรยายต่างๆ มาช่วยๆ กัน
ส่วนความต้องการในเรื่องเครื่องมือแพทย์ของการกู้ชีพที่หลวงพระบาง ก็คือเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ และชุดประดาน้ำ เพราะในพื้นที่มีแม่น้ำสายใหญ่ มีนักท่องเที่ยว เรืออับปางจมน้ำค่อนข้างเยอะ ซึ่งทีมกู้ชีพก็ต้องลงไปช่วยผู้บาดเจ็บมันค่อนข้างอันตรายและมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตค่อนข้างสูง
สำหรับคนชื่นชมทางเพจ ต้องขอบคุณทุกคนที่ติดตามเพจ เพราะทางแอดมินก็เขียนข้อมูลให้ความรู้ทางฉุกเฉิน เพราะพันธกิจของเพจก็จะคุยเรื่องของฉุกเฉินเป็นหลัก และเน้นเรื่องของการปฐมพยาบาล เหมือนเป็นเพจหนึ่งในสังคม ก็มีการผลักดันเรื่องของการปั๊มหัวใจ เพราะสถิติการปั๊มหัวใจช่วยคนนอกโรงพยาบาลของประเทศไทยก็น้อย ก็ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม และหวังว่าทางเพจจะมีบทบาทความรู้ฉุกเฉินและการปฐมพยาบาลต่อไป สำหรับเรื่องเป็นสื่อกลาง มันเป็นเรื่องเล็กๆ เป็นเครื่องกระตุกหัวใจ เราไปหลวงพระบางครั้งนี้ เพื่อต่อยอดสิ่งที่เขาทำดีอยู่แล้ว ไปช่วยพัฒนากู้ชีพต่อยอด เห็นว่าเป็นเครื่องที่เราจะช่วยๆ กันได้
เมื่อถามสิ่งที่อยากบอกสังคม "หมอเจต" กล่าวว่า อยากให้ดูเรื่องของกระเป๋า เพราะมันคือมือที่ปั๊มหัวใจ ทางทีมรู้สึกเป็นเกียรติที่คนให้ความสนใจ เพราะถ้าข่าวนี้เผยแพร่ออกไป คนก็จะเห็นกระเป๋า เห็นงานภาพงานศิลป์ มือที่ปั๊มหัวใจ เขาก็จะสงสัยต่อว่าทีมหมอทำไมต้องวาด แล้ววาดเพื่อไปซื้อเครื่องทำไม ทำให้เห็นความสำคัญว่า ทำไมทีมหมอถึงต้องมาวาดกระเป๋าเพื่อไปซื้อเครื่องนี้
ก็เป็นกุศโลบายที่โพสต์นี้มันเกิดขึ้น แล้วคนก็จะตระหนักถึงมือที่ปั๊มหัวใจ ว่ามีสิ่งที่ซ่อนอยู่ในงานศิลป์ ถ้ามันสามารถเข้าถึงประชาชน และชุมชนได้ เขาก็จะตระหนักได้ถึงการปั๊มหัวใจช่วยชีวิตคน อย่างน้อยถ้ามีเหตุฉุกเฉิน แล้วไม่มีเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอยู่ เขาก็จะตระหนักได้ว่าสามารถโทรเรียกกู้ชีพได้ เขาก็จะเห็นภาพของกู้ชีพที่แปะเครื่องกระตุกไฟฟ้าช่วยคน ซึ่งเป็นกระบวนการในการช่วยชีวิตคนได้ แล้วความรู้ของเราก็ยังต่อยอดได้เยอะ.
ขอบคุณข้อมูลจาก เพจเฟซบุ๊ก ห้องฉุกเฉินต้องรู้