เปิดไทม์ไลน์สาวสอง ลักพาตัว "น้องมาร์ติน" อายุ 9 เดือน พร้อมเผยคำรับสารภาพ อ้างรู้สึกเอ็นดู อยากได้ไปเป็นลูก ไม่ได้นำไปขาย

วันที่ 8 พ.ค. 67 มีรายงานว่า จากกรณีตำรวจจับกุมตัวสาวสอง ลักพาตัว "น้องมาร์ติน" อายุ 9 เดือน ซึ่งล่าสุดพลเมืองดีช่วยกันแจ้งเบาะแสจนเจอ โดยคนร้ายอ้างว่า ที่พาตัวน้องมาร์ตินไปเพราะรู้สึกเอ็นดู อยากได้ไปเป็นลูกนั้น

ทั้งนี้สามารถไล่ลำดับไทม์ไลน์การก่อเหตุได้ดังนี้

วันที่ 7 พ.ค. 67

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 7 พ.ค. แฟนเพจ Survive - สายไหมต้องรอด ที่ได้เผยภาพเด็กทารก ระบุข้อความว่า "ด่วน! น้องมาร์ติน ทารกวัย 9 เดือน ถูกกะเทยลักพาตัวอุ้มหายไปเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา บริเวณท่าน้ำบางนา วัดบางนานอก #ทีมสายไหมต้องรอด กำลังพื้นที่ช่วยตามหาค่ะ #แจ้งความแล้วที่ สน.บางนา" พร้อมกับเผยคลิปจากกล้องวงจรปิดนาทีที่ชายคนหนึ่ง ลักษณะเป็นสาวประเภทสอง อุ้มเด็ก แล้วรีบเดินอย่างรวดเร็ว 

...

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป โลกออนไลน์ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น และช่วยกันแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้หลายคนยังช่วยกันแจ้งเบาะแส

จากนั้น ทีมสายไหมต้องรอด ได้ลงพื้นที่เข้ามาพูดคุยกับ นายวิชัย อินทะจักร อายุ 55 ปี และนางหอม อายุ 40 ปี ปู่และย่าของน้องมาร์ตินทราบว่า น้องมาร์ติน อายุ 9 เดือน เป็นเด็กกำพร้า แม่ทิ้งไปตั้งแต่เป็นทารก ปู่ทำงานก่อสร้างเป็นคนเลี้ยง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีชายลักษณะคล้ายสาวสองมาสมัครเป็นคนงานก่อสร้าง ทำงานได้ 1 อาทิตย์ เมื่อเย็นมาขออุ้มน้องมาร์ตินไปเซเว่น ก่อนจะลักพาตัวเดินหนีหายไปติดต่อไม่ได้อีกเลย ตอนนี้หัวใจของปู่กับย่าแตกสลายและกังวลว่า หลานจะได้รับอันตราย และกลัวว่าเขาจะพาหลานไปขาย

โดยระหว่างนี้ได้มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสเข้ามา มีผู้พบเห็นคนร้ายที่สถานีรถไฟฟ้าสีลม ไปลงสถานีรถไฟหัวลำโพง ในช่วงเวลา 17.30 น. ต่อมามีการแจ้งเบาะแสอีกว่าเจอคนลักษณะดังกล่าว อุ้มเด็ก นอนหลับอยู่บนรถทัวร์ จะทำอย่างไรได้บ้าง

จากนั้น นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้โพสต์ข้อความระบุว่า 23.30 น. พลเมืองดีแจ้งข้อมูลมาที่เพจ พบน้องมาร์ติน อยู่บนรถมินิบัส กำลังเดินทางไป จ.ระยอง รถออกที่สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 20.30 น.

ต่อมาเวลา 23.40 น. มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ พบตัวน้องมาร์ตินแล้ว พร้อมรวบตัวคนร้ายได้ที่ บขส.ระยอง กำลังนำตัวกลับมาสอบสวนที่ สน.บางนา

วันที่ 8 พ.ค. 67

จากนั้นเวลา 02.10 น. วันที่ 8 พ.ค. 67 ตำรวจคุมตัวนายน้อย สาวประเภทสองที่ลักพาตัวเด็กชายวัย 9 เดือนไป ขึ้นรถมินิบัสไปจังหวัดระยอง มาถึง สน.บางนา เจ้าหน้าที่นำตัวเข้าห้องสืบสวน ระหว่างนั้นทีมข่าวพยายามสอบถาม เจ้าตัวอ้างว่ารักเอ็นดูเด็ก อยากเอาเด็กไปเป็นลูก พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้ลักเด็กไปขาย เมื่อถามว่าทำไมถึงไประยอง เจ้าตัวก็เอาแต่งึมงำ

ต่อมาเวลา 02.30 น. ตำรวจอีกชุดนำตัวเด็กมาถึง สน.บางนา แล้วส่งมอบให้ปู่และย่า โดยปู่ของเด็กร้องไห้ก้มกราบเท้า พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยที่ช่วยตามหาหลานกลับสู่อ้อมกอด โดย พล.ต.ต.นพศิลป์ รีบนั่งรับไหว้แล้วบอกว่าไม่ต้องกราบให้ลุกขึ้น

เปิดคำสารภาพ อ้างต้องการนำเด็กไปเลี้ยง

จากนั้น พล.ต.ต.นพศิลป์ ได้สอบปากคำผู้ก่อเหตุด้วยตนเอง จากการสอบปากคำผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่า ลักพาตัวเด็กไปจริง โดยให้เหตุผลว่าต้องการนำไปเลี้ยง ขณะที่ตัวเองจะไปทำงานที่จันทบุรี โดยได้ลักพาตัวเด็กไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิตไปลงที่จังหวัดระยอง และเตรียมต่อรถไปยังจังหวัดจันทบุรีในช่วงเช้า

ทั้งนี้ แฟนเพจ สืบนครบาล IDMB ได้เปิดเผยคำรับสารภาพของผู้ต้องหาหลังถูกจับกุม โดยผู้ต้องหาให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนก่อเหตุ ตนมีความเอ็นดูเด็กเล็ก ชอบเด็ก รักเด็ก อยากให้กำเนิดลูก อยากเป็นแม่คน แต่ด้วยตนมีความเบี่ยงเบนทางเพศ จึงไม่สามารถคลอดบุตรเป็นของตัวเองได้ ประกอบกับตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีแฟนแม้แต่คนเดียว จึงรู้สึกน้อยใจในโชคชะตา

ต่อมาตนได้มาประกอบอาชีพกรรมกรบริเวณพื้นที่บางนา จึงได้พบเด็กทารก (น้องมาร์ติน) ใกล้แคมป์คนงานที่ตนทำงานอยู่ ตนจึงเกิดความรู้สึกรักและเอ็นดูเมื่อแรกเห็น จึงไปหาน้องมาร์ตินทุกวัน จนอยากเอามาเป็นลูกของตัวเอง 

เมื่อถึงช่วงฤดูผลไม้ของภาคตะวันออก ตนจะไปรับจ้างเก็บมังคุด ในราคากิโลกรัมละ 1 บาท ที่จังหวัดจันทบุรี ของทุกๆ ปี

ในวันเกิดเหตุ เมื่อถึงวันเวลาที่ตนจะต้องไปรับจ้างเก็บผลไม้ที่จันทบุรี ตนจึงออกอุบายกับพ่อแม่ของน้องมาร์ตินว่า จะพาน้องไปซื้อขนมให้น้องที่ร้านสะดวกซื้อปากซอยที่ตนพักอาศัยอยู่ 

เมื่อตนพาน้องเข้าร้านสะดวกซื้อ ซื้อนม 1 กล่องและขนม 1 ห่อ และพาน้องนั่งรถสองแถวแดง ไปลงรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อไปหมอชิต เพื่อต่อรถไปจันทบุรี ด้วยเงินติดตัว 300 บาท แต่เมื่อไปถึงหมอชิตกลับไม่มีรถไปจันทบุรี จึงต้องนั่งรถมินิบัสไปลงที่ระยองเพื่อต่อรถอีก เมื่อมาถึง บขส.ระยอง ระหว่างรอคิวรถกับน้องมาร์ติน จะมาถูกตำรวจจับกุมเสียก่อน 

สุดท้ายนี้ตนบอกกับเจ้าหน้าที่ "ว่าแล้ว…ต้องถืกจั๊บ"

(อ่าน "ข่าวโซเชียล" ทั้งหมดที่นี่)