ดราม่า "กุสุมา-สันป่าเหียง" ร้อนแรง ร้อนถึงโรงเรียน-วัด โพสต์ชี้แจงในเพจ ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านโอด สันป่าเหียง ไม่ได้มีแค่ดราม่า "ลำไยอบแห้งสีทอง" ก็เป็นของขึ้นชื่อ
วันที่ 25 เม.ย. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีดราม่า สาวรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความร่ายยาวถึงความรัก 9 ปีที่มีต่อแฟนหนุ่มที่เป็นครู ก่อนที่จะถูกหักหลัง แฟนไปมีความสัมพันธ์กับครูสาวรุ่นน้องโรงเรียนเดียวกัน และมีแชตสยิวออกมา จนเกิดเป็นแฮชแท็ก #กุสุมา #สันป่าเหียง ขณะที่ทางโรงเรียนต้นสังกัด ในจังหวัดลำพูน ก็ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด เฟซบุ๊กเพจ "โรงเรียนบ้านสันป่าเหียง" ได้โพสต์ข้อความ แจ้งความคืบหน้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบุว่า "ขณะนี้ ทางโรงเรียนได้ดำเนินการตามระเบียบของกระทรวง โดยการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง เพื่อนำข้อเท็จจริงที่ได้มาพิจารณาในขั้นตอนต่อไป
โดยทั้งนี้ ทางโรงเรียนต้องขออภัยทุกท่านที่ได้รับผลกระทบ และขอขอบพระคุณทุกท่านที่มองว่าเป็นปัญหาส่วนตัว อาจจะไม่เกี่ยวกับสถานศึกษาโดยตรง แต่ก็เกี่ยวข้องเนื่องจากเป็นคนในโรงเรียน ดังนั้นแล้ว จึงอยากจะขอให้ทุกท่านที่มาเยี่ยมเยือนเพจโรงเรียนบ้านสันป่าเหียง ได้กรุณาคอมเมนต์อย่างสุภาพ ทางโรงเรียนขออนุญาตลบโพสต์ ลบเมนต์ที่ไม่สุภาพ และอาจจะปิดกั้นหากเกินความควบคุมต่อไป
ดังนั้น สามารถโพสต์แสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพได้ที่โพสต์นี้นะครับ ทางโรงเรียนจะปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ อย่างเป็นกลาง เป็นธรรม ชัดเจน ไม่ปกป้องคนผิด ให้ต้องงานเข้าตัวโดยใช่เหตุแน่นอนครับ"
ซึ่งหลังจากที่โพสต์นี้ถูกแชร์ออกไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นอกเห็นใจทางโรงเรียนเป็นจำนวนมาก อาทิ เห็นใจทาง ร.ร.นะคะ ครูเค้าอาจทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม แต่เรื่องส่วนตัวเเบบนี้ส่งผลกระทบเเน่นอนค่ะ จุดประสงค์ของน้องเเป้งคงไม่ได้เพื่อทำลายอดีตสามี เพราะถ้าจะทำคงจัดการเองเเล้ว เป็นกำลังใจให้ทาง ร.ร.เเละน้องเเป้งนะคะ, อยากเห็น การดำเนินการของโรงเรียนค่ะ ว่าโรงเรียนนี้ จะจัดการกับบุคลากรที่ชื่อว่า "ครู" ที่ไม่รู้จักศีลธรรมใดๆ อย่างไร ในฐานะที่เป็นแม่คนนึง ฉันจะไม่ส่งลูกมาเรียน กับครูแบบนี้ แน่นอนค่ะ ผิด ถูก ชั่ว ดี ยังแยกแยะไม่ได้ อย่าเรียกตัวเองว่า ครู, จรรยาบรรณคือสิ่งที่ควรมีในข้าราชการไม่ใช่หรือคะถ้ามีข้อกฎหมายบังคับแล้ว แต่ทำเป็นนิ่งเฉยแล้วปล่อยเลยตามเลยแบบนี้สมควรแล้วค่ะ ที่ไม่มีใครอยากเชิดชูอาชีพครูให้เป็นแม่พิมพ์ของชาติอย่างแต่ก่อน เพราะยุคสมัยนี้มันเข้าหากันง่ายจริงๆ, หลักฐานชัดขนาดนั้น คนรู้ทั้งประเทศ ถ้าตัดสินแบบค้านสายตาคนทั้งประเทศรถทัวร์มาแน่นอน ฯลฯ
...
เช่นเดียวกับ เฟซบุ๊กเพจ "วัดสันป่าเหียง จังหวัดลำพูน" ที่ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า "ตุ๊เจ้าบะหุเรื่องเน้อ ห้ามถาม และไม่ใช่เรื่องของสันป่าเหียงนะครับ"
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านหมู่ดังกล่าว ทราบว่า ข่าวที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้มีผลกระทบต่อชุมชน มีเพียงการพูดคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ถือว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของคน 2-3 คน ไม่เกี่ยวข้องกับทางโรงเรียน วัด หรือชุมชน แม้แต่น้อย แต่เพราะโลกโซเชียลมีการแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็แอบน้อยใจอยู่บ้าง ว่าทำไมเอาชื่อหมู่บ้านไปปั่น ทั้งที่ในหมู่บ้านก็มีของดีมากกว่าดราม่า อย่าง ลำไย ลำไยอบแห้งสีทอง ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปทางครูทั้งสองคนที่ตกเป็นข่าว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ มีเพียงเพจดัง ที่ออกมาโพสต์อ้างว่า ครูทั้งสองคนได้ไปจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว.