ผอ. ในคลิปชี้หน้าด่าทอลูกน้อง ขอแจงอีกมุม ร่ายละเอียดยิบตั้งแต่ปมบุคลากรลาออก พร้อมเผยการตักเตือนในคลิปเป็นตามอำนาจหน้าที่ตามระเบียบการปกครอง


วันที่ 29 มีนาคม 2567 มีรายงานว่า จากกรณีแฟนเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 6 ได้โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความว่า ร้องเรียนตรวจสอบด้วยคุณวุฒิ วัยวุฒิ วุฒิภาวะ และเป็นถึงบุคลากรทางการศึกษา ต้องไม่ลุแก่อารมณ์มีเหตุมีผล..จริงหรือไม่ที่ท่านชอบโวยวาย..ช่วยให้คำตอบกับสื่อสังคมด้วย (มีคลิปโวยวาย) ขอแจ้งเรื่องร้องเรียน ผู้อำนวยการ.....รังสิต กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ คลอง 6 ปทุมธานีครับ ในเรื่องความประพฤติของผู้บริหารมีมานานหลายปี แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ผมรับไม่ได้และเห็นใจครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้ทำงานร่วมกันคือเหตุการณ์วันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาครับ 

คือลูกน้องขนของย้ายห้องทำงาน เพราะแออัด จากอีกห้องมาอีกห้อง ผู้บริหารไม่พอใจ ชี้หน้าด่าทอ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ให้เหตุผลว่า _(ผอ.)ไม่ได้สั่ง ไม่ได้ขออนุญาต เพราะ _(ผอ.) คือเจ้าของบ้าน (สำนักงาน) ทุกคนต้องฟังคำสั่งจากเขาเท่านั้น พร้อมชี้หน้าด่า พรุ่งนี้ต้องย้ายโต๊ะกลับห้องเดิม พรุ่งนี้เช้าอย่าให้_เห็นอีกนะว่าพวก_ยังนั่งอยู่ตรงนี้ (องค์กรไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ผอ.อารมณ์รุนแรง) เหมือนคนคลั่ง ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ทำให้นึกถึงเหตุการณ์กราดยิงเลยครับ

...

จากการทำงานร่วมกันกับ ผอ. ซึ่งย้ายมาทำงานที่นี่ได้ 5 ปี มีข้าราชการครูย้าย 4 คน บุคลากรทางการศึกษาต้องลาออก 10 คน สาเหตุมาจากความประพฤติของ ผอ.

1. ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ไม่ฟังเหตุผล เอาอารมณ์เป็นใหญ่

2. ใช้คำหยาบคาย ขึ้นกู ขึ้นมึง และข่มขู่ลูกน้องจนเคยชิน ทำให้ลูกน้องมีผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง

3. บ้าอำนาจ บ้าหัวโขน ใช้อำนาจกลั่นแกล้งลูกน้องเพราะถือว่าตัวเองเป็น ผอ. ใหญ่สุดในนี้

4. กดดันและใช้อำนาจบีบให้ลูกน้องลาออก โดยไม่มีเหตุผล

5. อวดโอ้ว่าตัวเองใหญ่โต จะทำอะไร สั่งใคร ให้ใครได้ดีก็ได้ จะกดหัวใครก็ได้ และถือตัวว่าตัวเองมีเส้นสายพอสมควร เพราะว่ามักได้เป็นกรรมการสอบสวนทุจริตบ่อยๆ จึงคิดว่าไม่มีใครกล้าทำอะไรเขา เพราะมีพรรคพวกคอยช่วยเหลือ อย่างในคลิปที่ให้ คือกำลังด่าทอพาลใส่ข้าราชการครูที่ดูแลส่วนงานนี้ คือครูผู้หญิงที่เห็นเดินในคลิปครับ เหตุการณ์วันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์เป็น 10 คนครับ อยากให้ทางเพจช่วยดันเรื่อง ให้ความเป็นธรรมกับบุคลากรทุกคนในองค์กรด้วยครับ เหลืออดกับ ผอ.คนนี้แล้วจริงๆ ครับ

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต กรมส่งเสริม การเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ คลอง 6 (ท้องฟ้าจำลอง) ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พบ ร.อ.ดร.อาศิส เชยกลิ่น ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต ซึ่งได้รับแจ้งจากทาง น.ส.ธัญญลักษณ์ ศรีจันทรวิโรฒ รอง ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต ว่าวันนี้ทาง ผอ. เดินทางไปพบเเพทย์ตามนัด ซึ่งท่านได้ลาไว้ก่อนแล้ว ส่วนเรื่องดังกล่าว ทางท่าน ผอ. ได้ทำหนังสือถึงท่าน อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ไว้แล้ว 

โดยมีข้อความว่า ลงวันที่ 29 มีนาคม 2567 เรื่อง ชี้แจงข้อกล่าวหา เรียน อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ตามที่มีข่าวกระจายกล่าวหาผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต ตามเพจ และโซเชียล ขอเรียนชี้แจง ประเด็นต่างๆ ดังนี้  

1. เรื่อง "ทำครูย้าย 4 บุคลากรลาออกอีก 10 คน" 

1.1 ครูย้าย 4 คน ขอชี้แจง ดังนี้ คนที่ 1 นางสาวเสาวลักษณ์ ขอย้ายกลับบ้านเพื่อไปดูแลบิดามารดาที่ป่วย เนื่องจากชราภาพแล้ว โดยขอไปช่วยราชการที่ ศสกร.หนองบัวซอ จังหวัดอุดรธานี คนที่ 2 นายสุริยะ ย้ายไป ศสกร.อำเภอศิลาลาด จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากต้องดูแลบิดามารดา ชราภาพ และครอบครัวซึ่งมีลูกเล็ก โดยย้ายสลับตำแหน่งกับคนที่ 3 คนที่ 3 นายเอกวิทย์ ได้ย้ายไปช่วยงานราชการส่วนกลาง ประจำสถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ และปฏิบัติหน้าที่เลขานุการรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ตามคำสั่งกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการ คนที่ 4 นางสาวสิชล ขอย้ายกลับสถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรม การเรียนรู้ เนื่องจากขาดบุคลากรในการทำงาน เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และได้ย้ายที่พักอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปปฏิบัติงาน 

1.2 บุคลากรลาออกอีก 10 คน ขอชี้แจงดังนี้ เดิมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิตมีบุคลากรจ้างเหมา 3 คน ใช้เงินงบประมาณ 17 คน อีก 17 คน ใช้เงินนอกงบประมาณ ประเภทเงินรายได้สถานศึกษา แต่ปัจจุบัน ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียง 12 คน และสาเหตุที่บุคลากรจ้างเหมาลาออก เนื่องจากได้รับบรรจุที่ใหม่ที่มั่นคงกว่า และงบประมาณสำหรับจ้างไม่เพียงพอ ปัจจุบันมีบุคลากรจ้างเหมา 16 คน อีก 4 คน ใช้เงินนอกงบประมาณ

2. เรื่องการย้ายห้องทำงานเพราะแออัด ความเป็นจริงได้มีการสำรวจก่อนจัดบุคลากรแต่ละส่วนในแต่ละห้องเพื่อการปฏิบัติงานแล้ว มีความเหมาะสมกับพื้นที่ที่จัดไว้ให้นั่งทำงานอย่างสบาย ไม่แออัด ส่วนห้องที่ย้ายไปนั่งได้จัดเป็นห้องสตูดิโอสำหรับการออกอากาศ สงวนไว้สำหรับการเรียนการสอนออนไลน์ บุคลากรทั้งหน่วยงานทราบโดยทั่วกัน แต่หัวหน้าส่วนที่รับผิดชอบการย้ายของเจ้าหน้าที่ ไม่มีการหารือ ปรึกษา และบอกกล่าวให้ผู้บริหารได้รับทราบหรือขออนุญาต เมื่อผู้บริหารทราบจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนเพราะไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นพื้นที่นั่งทำงาน

3. การใช้วาจาหยาบคาย บ้าอำนาจการใช้วาจาว่ากล่าวตักเตือนผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นตามอำนาจหน้าที่ ตามระเบียบการปกครอง ซึ่งได้มีการว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว 1 ครั้ง แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ยังเพิกเฉย จึงได้มีการว่ากล่าว ตักเตือนเป็นครั้งที่ 2 เป็นเหตุให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความไม่พอใจ ซึ่งเป็นความร่วมมือของข้าราชการพนักงานราชการ และใช้พนักงานจ้างเหมาเป็นเครื่องมือในการร้องเรียนครั้งนี้ จากการสืบข้อมูลในเชิงลึกจากกล้องวงจรปิด และข้อมูลจากผู้สื่อข่าวบางส่วน ทราบว่าเกิดจากความร่วมมือของครู พนักงานราชการ และพนักงานจ้างเหมา โดยพนักงานจ้างเหมาเป็นผู้บันทึกภาพ 

ทางด้าน น.ส.ธัญญลักษณ์ ศรีจันทรวิโรฒ รอง ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต ได้พาผู้สื่อข่าวเดินทางขึ้นไปดูจุดบริเวณที่ปรากฏในคลิป ซึ่งอนุญาตให้ถ่ายภาพจากชั้น 3 ลงมา โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณชั้นที่ 2 ซึ่งจุดดังกล่าว มีการทำกิจกรรมอยู่จึงอนุญาตให้ถ่ายได้จากชั้น 3 ลงมา

รอง ผอ. กล่าวว่า ห้องที่มีการย้ายโต๊ะนั้น เป็นห้องสตูดิโอ ซึ่งเป็นห้องที่มีการเรียนวิทยาศาสตร์ออนไลน์ ถ้ามีการเรียนการสอน เราก็จะจัดในห้องนั้น ส่วนบุคลากรก็จะมีห้องให้นั่งอยู่บริเวณโดยรอบนี้ ซึ่งมีเยอะมากและไม่ได้แออัดอย่างที่เป็นข่าว ทางเราก็ยังงงว่าเป็นข่าวไปได้อย่างไร 

โดยวันเกิดเหตุตนก็ไม่ทราบว่าท่านเดินลงจากห้องหรือเพิ่งเดินขึ้นมาจากชั้นที่ 1 เนื่องจากตนนั่งทำงานอยู่ภายในห้อง แล้วก็ได้ยินเสียงตามที่เสียงมันก้อง เวลาเราคุยอะไรกันในนี้เสียงมันจะก้องมาก ดูเหมือนเสียงดังมากเลย ถ้าพูดเบาก็จะไม่ได้ยิน พอพูดเสียงดังก็ได้ยินตามในคลิป ซึ่งทางท่านก็นึกว่ามีการเรียนการสอน จึงได้เดินเข้าไปดูก็พบว่ามีเด็กนั่งอยู่ด้วยกันสองคน เด็กก็เลยรายงานว่าห้องมันแออัด ซึ่งตนเองก็ยังไม่รู้เลยว่ามีเด็กย้ายไปนั่ง ซึ่งการทำงานของที่นี่จะมีขั้นตอน ตั้งแต่ระดับผู้บริหาร หัวหน้าส่วน แล้วก็หัวหน้างาน จะมีการรายงานตามลำดับขึ้นมาตามขั้นตอน ซึ่งตนเองก็ยังไม่ทราบเลย จน ผอ. มาเห็น ก็เป็นไปตามนั้น.

(อ่าน "ข่าวโซเชียล" ทั้งหมดที่นี่)